วอชิงตัน-กลุ่มสอดส่องสื่อในสหรัฐเผยรายชื่อ 12 วิดีโอเกมมหาภัยที่อาจเป็นอันตรายต่อความคิดของเด็ก นายเดวิด วอลช์ ประธานสถาบันสื่อและครอบครัวแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มสอดส่องสื่อในประเทศได้รายงานภาวะวิดีโอเกมประจำปีครั้งที่ 10 เมื่อวันอังคาร (29 พ.ย.) ด้วยการเผยรายชื่อ 12 วิดีโอเกมมหาภัยที่อาจเป็นอันตรายต่อความคิดของเด็ก ประกอบด้วยวิดีโอเกมที่ใช้ฉากกราฟฟิกเป็นภัยกับเด็กทั้งในเรื่องการใช้ความรุนแรง และเรื่องเพศ นายวอลช์ กล่าวว่า วิดีโอเกมในปัจจุบันมีความรุนแรงในระดับสูงกว่าเมื่อก่อนมาก และเด็กๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น แต่กลับไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอ ขณะที่แนวคิดการไม่เชื่อถือในพระเจ้าได้พุ่งสูงขึ้นในเกมเรตเอ็มถึง 3,000 เปอร์เซ็นต์ นับแต่ทศวรรษที่ 2533 เป็นต้นมา ไม่นับรวมเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศที่เพิ่มในเกมประเภทนี้ถึง 800 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีการฉายตัวอย่างบางตอนของเกม "เดอะ วอร์ริเออร์ส" หรือ "นักรบ" ที่มีฉากการทำสงครามระหว่างแก๊งกวนเมืองกับตำรวจ ตลอดจนฉากตำรวจอันธพาลจ่อยิงเหยื่อจากเกม "ทรู ไครม์:นิวยอร์กซิตี้" และฉากนักฟุตบอลซื้อบริการโสเภณี และพัวพันกับการค้ายาเสพติดในเกม "บลิตซ์:เดอะ ลีก" สำหรับเกมมหาภัยต่อเด็กอื่นๆ ที่นายวอลช์ใส่ชื่อในบัญชีดำ ยังประกอบด้วยเกม "ดูม 3", "เรสซิเดนท์ อีวิล 4" และ "แกรนด์ เธฟต์ ออโต้ : ลิเบอร์ตี้ ซิตี้ สตอรีส์" รวมทั้งเกม "เฟียร์" ที่มีตัวเอกชอบกินเนื้อคน และเกม "สตับส์ เดอะ ซอมบี้" ซึ่งมีตัวเอกเป็นซอมบี้ ที่ชอบกินสมองมนุษย์และมีเลือดสาดเต็มจอ ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจของสถาบัน ยังพบว่าเด็กร้อยละ 44 สามารถซื้อเกมที่จัดอยู่ในประเภทเรตเอ็ม ที่มีเนื้อหารุนแรงและส่อไปในทางเพศ ซึ่งเหมาะสำหรับวัยรุ่นอายุ 17 ปีขึ้นไปได้ หรือเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 จากปีที่แล้ว ด้านนายฮัล ฮัลพิน ประธานสมาคมผู้ค้าสิ่งบันเทิงแบบสองทางได้กล่าวปกป้องเกมประเภทนี้ว่า เกมเรตเอ็มไม่ได้ผลิตเพื่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี และมีการจัดประเภทอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับหนังเรตอาร์ และดีวีดี นายฮัลพิน ยังแย้งด้วยว่า ถึงแม้ว่าสถิติที่เด็กสามารถซื้อเกมได้ง่ายขึ้นจะสูงขึ้น แต่จำนวนเด็กที่ได้รับการปฏิเสธที่จะขายเกมให้ก็สูงถึงร้อยละ 56 หรือมากกว่าเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขในปี 2543 อันแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของผู้ขายปลีก