ไขปริศนา'เอ็กซ์-เมน เมืองไทย'ใช้สมองมองแทนดวงตาทำได้จริงหรือ?

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย ษิตา, 13 มกราคม 2011.

  1. ษิตา

    ษิตา ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    10,209
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,230
    ค่าพลัง:
    +34,712
    ไขปริศนา'เอ็กซ์-เมน เมืองไทย'ใช้สมองมองแทนดวงตาทำได้จริงหรือ?

    [​IMG]


    กลายเป็นประเด็นร้อนกรณี “ฝึกการใช้สมองแทนดวงตา” จนเกิดคำถามจากหลายภาคส่วนในสังคมว่า มนุษย์เรานั้นสามารถใช้ “สมอง” มองเห็นทุกสรรพสิ่งแทน “ดวงตา” ได้จริงหรือไม่ ?

    เรื่องเหลือเชื่อนี้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก จากข้อมูลในเว็บไซต์พลังจิตและกระปุกดอทคอม ระบุว่ารายการโทรทัศน์ “ทูไนท์โชว์” ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นำเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งมาออกอากาศและโชว์ความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ค. 53 ที่ผ่านมา แม้ถูกปิดบังดวงตาด้วยการผูกผ้าสีดำแน่นหนา ก็มองเห็น อ่านหนังสือและทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้เหลือเชื่อ จนมีการตั้งสมญาเด็ก ๆ กลุ่มนี้ว่า เอ็กซ์-เมน (X-men) เมืองไทย กันเลยทีเดียว

    เด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับการฝึกฝนความสามารถพิเศษที่สถาบันแห่งหนึ่งที่เปิดค่ายรับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ขวบ เข้าฝึกฝนตามหลักการ “ทักษะในการใช้สมองส่วนกลาง” วัตถุประสงค์คือต้องการให้เด็กมีพัฒนาการด้านจิตใจและสมอง ทำให้สมองส่วนซ้าย-ขวาสมดุลกันมากขึ้น

    รายการทูไนท์โชว์ นำตัวแทนเด็ก ๆ มาทดสอบความสามารถเหนือมนุษย์ให้ชม อาทิ ใช้ผ้าปิดตาสามารถบอกตัวเลขและสีบนไพ่ได้ถูกต้องแม่นยำ อ่านข้อความในหนังสือที่ปิดเอาไว้แน่นหนาไม่ผิดพลาดเลย โชว์การปิดตาระบายสี โชว์ปิดตาเล่นรูบิค เป็นต้น

    ทั้งหมดเป็นตัวอย่างที่ออกอากาศผ่านรายการโทรทัศน์จนสร้างความฮือฮาในสังคม โดยเฉพาะบรรดานักท่องอินเทอร์เน็ตในหลายเว็บไซต์ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง

    เย็นวันที่ 10 ม.ค. 54 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพัทธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.สมนึก ตปนีย วรวงศ์ คุณหมอเซียนพันเว็บ ฉายา “เจเอฟ เค” ได้ทำการท้าพิสูจน์ทฤษฎีนี้ผ่านการบันทึกเทปรายการ “บอกเก้าเล่าสิบ” โดยมี 2 พิธีกรดังดำเนินรายการคือ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ และ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่สตูดิโอโมเดิร์นไนน์

    นพ.สมนึก ยืนยันว่า สมองส่วนกลางไม่เกี่ยวกับการมองเห็น เพราะสมองไม่มีเซลล์รับภาพ แต่ที่เราเห็นว่าเด็ก ๆ มีความสามารถพิเศษทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยการมองดู โดยใช้ผ้าปิดตาได้นั้น อาจเป็นเพราะผ้าที่ผูกตามองลอดออกมาได้ จึงทายไพ่ ทายสี และทำกิจกรรมได้อย่างเหลือเชื่อ แม้กระทั่งอ่านหนังสือพิมพ์ก็ทำได้

    “เราได้ไปพิสูจน์ แจ้งความจำนงว่าหากเด็กคนไหนทายถูกหมดโดยไม่ผิดเลยจะมอบเงินให้ 1 แสนบาท แต่มีเงื่อนไขต้องใช้อุปกรณ์ของเรา ปรากฏว่ามีเด็ก ๆ สนใจทดสอบกันมาก อาทิ สวมแว่นตาว่ายน้ำที่ปิดสนิทด้วยเทปทึบแสงให้เด็กสวมแล้วลองทายไพ่ปรากฏว่าทายไม่ถูก แม้แต่ให้เด็กทายสีลูกพลาสติกที่อยู่ในถุงดำก็ทายไม่ถูก”

    ขณะที่ ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวว่า กรณีมีการอ้างว่า ใช้เวลาอบรมเด็กให้ใช้สมองส่วนกลางแทนดวงตาในการมองเห็นได้ 2 วัน เป็นหลักสูตรจากต่างประเทศ คิดค่าอบรมราคาแพงและระหว่างอบรมห้ามผู้ปกครองไปสังเกตการณ์ ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การส่งเด็ก ๆ ไปอบรมแบบนี้เป็นการทำร้ายเด็ก เพราะส่งผลต่อประสาทตาจากการมองที่ฝืนธรรมชาติ

    อย่างไรก็ตามเพื่อความเป็นธรรมทั้ง สองฝ่าย รายการ “บอก 9 เล่าสิบ” ได้ติดต่อกับทางสถาบันเพื่อส่งตัวแทนมาออกอากาศพิสูจน์ความจริงกัน แต่ได้รับการปฏิเสธ

    ไม่ว่าเรื่องนี้จะลงเอยเช่นไร เอ็กซ์-เมน เมืองไทยมีจริง ๆ หรือไม่ แต่ในเว็บไซต์ ทูเจเอฟเคดอทคอม (2jfk.com) “แพทย์” คนหนึ่งโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสมองมนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจ

    สมองมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ แบ่งตามพัฒนาการของเนื้อเยื่อที่จะพัฒนาไปเป็น สมอง (Brain Vessicle) ในขณะเป็นตัวอ่อน (Embryo) คือ

    1. สมองส่วนหน้า

    2. สมองส่วนกลาง

    3. สมองส่วนท้าย

    สมองส่วนหน้า แบ่งย่อยออกเป็นสองหลักคือ 1. สมองส่วนที่ใหญ่ที่สุด คือ ซีรี บรัม (Cerebrum) มี 2 ซีกซ้าย-ขวา (Right and Left Hemisphere) ที่เรารู้จักกันดี เป็นที่รวมของเซลล์ประสาทต่าง ๆ ลึกไปด้านในเป็นส่วนที่เป็นเส้นใยประสาท โดยมีส่วนที่เชื่อมต่อมันสองข้างไว้ด้วยกัน คล้ายสะพาน สมองใหญ่หรือซีรีบรัมส่วนหน้านี่แหละที่เป็น ศูนย์รวมการเรียนรู้ ความจำ อารมณ์ ความรู้สึก การได้ยินการพูด การมองเห็นต่าง ๆ เกือบทั้งหมดของคนเรา จะฝึกจะเรียนอะไร ก็ป้อนมาไว้ที่นี่ อันนี้เหมือนกับเป็นซีพียู (CPU) คอมพิวเตอร์ ที่มีทั้งชิพ (Chip) ประมวลผล แรม (Ram) และฮาร์ดดิสก์ (Hard Disc) เก็บข้อมูล ดังนั้นการเรียนรู้ ต่าง ๆ ของคนเราขึ้นกับสมองส่วนนี้

    Diencephalon เป็นอีกส่วนของสมองส่วนหน้า อันนี้ขนาดค่อนข้างเล็กซ่อนตัวอยู่ใต้สมองใหญ่ข้างบน ประกอบด้วยส่วนที่พวกเราอาจจะไม่คุ้นชื่อมากนักและต่อมที่สร้างฮอร์โมนที่ทุกคนรู้จักกันดี คือ Pituitary Gland หรือต่อมใต้สมอง เนื่องจากเป็นศูนย์รวมควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ในการสร้างฮอร์โมนของร่างกายคนเราส่วนใหญ่ รวมทั้งเป็นตัวผลิตฮอร์โมนที่เร่งการเติบโต เพิ่มความสูงให้คนเรา และก็โดนนำไปใช้ในการหลอกขายยาและสินค้า รวมทั้ง ต่อมเหนือสมอง (Pineal Gland) บางคนเรียกว่า ตาที่สาม อันเป็นอีกจุดที่ชวนให้หลงผิด คิดว่า ช่วยให้มองเห็นแทนตาได้

    ปกติสมองส่วน Diencephalon จะเป็นตัวส่งผ่านกระแสประสาท รวมทั้งความรู้สึกเจ็บปวดต่าง ๆ ไปยังสมองส่วนบน และ ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ตลอดจนการสร้างพวกฮอร์โมนต่าง ๆ และคอยทำหน้าที่ปรับสมดุลต่าง ๆ

    สมองส่วนท้าย (Hindbrain หรือ Rhombencephalon) มีส่วนประกอบหลักคือ สมองน้อย หรือซีรีเบลรัม (Cerebellum) ที่เป็นสมองที่ควบคุมเรื่องการทรงตัว การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของร่างกายและยังมีสมองส่วนท้าย 2 อัน คือส่วนล่างของก้านสมอง

    ก้านสมอง (Brain Stem) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนบนสุด ส่วนกลางของก้านสมอง และส่วนล่างสุดของก้านสมอง ส่วนนี้ควบคุมการเต้นของหัวใจ และการหายใจ ถ้าเกิดโรคหรืออันตรายต่อสมอง เช่นมีการติดเชื้อมีเลือดคั่ง สมองช้ำ เกิดการบวมของสมองมาก และทำให้สมองบวมกดมาถึงบริเวณนี้มาก ๆ ก็ทำให้ หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่ง 2 ส่วนนี้อยู่ในสมองส่วนท้าย

    สมองส่วนกลาง Mesencephalon หรือ Midbrain เป็นสมองส่วนเล็ก ๆ เป็นส่วนบนสุดของก้านสมอง (Brain Stem) มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ Cerebral Peduncle ซึ่งเป็นเหมือนก้านที่ยื่นขึ้นไปยึดต่อกับสมองส่วนบน ภายในมีเส้นประสาทต่าง ๆ อยู่เป็นมัด ๆ เป็นส่วนที่มีกลุ่มเส้นประสาท ที่ทอดผ่านมาจากสมองข้างบน และจะส่งผ่านลงไปยังส่วนล่างของสมองหรือไขสันหลัง ทำหน้าที่ท่อส่งผ่านเส้นประสาทต่าง ๆ ในบริเวณนี้มีกลุ่มเซลล์ประสาทเส้นประสาทสมองบางตัวอยู่ด้วย

    เนื่องจากสมองส่วนกลางมีเซลล์ประสาทของเส้นประสาทตาอยู่ 2 คู่ คือ เซลล์ประสาทของเส้นประสาทสมอง คู่ที่ 3 และ คู่ที่ 4 ทำให้คนเราคิดว่า สมองส่วนกลางจะสามารถมองเห็นหรือทำให้เห็นได้

    แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองส่วนกลางไม่ได้เป็นตัวรับภาพหรือมองเห็นภาพได้แทนตา เพราะว่าเส้นประสาททั้งสองเส้น คือ คู่ที่ 3 และ คู่ที่ 4 แม้จะทำงานเกี่ยวกับตา แต่ก็ไม่ได้มีหน้าที่รับภาพหรือเกี่ยวข้องกับการมองเห็น แต่ว่าจะทำหน้าที่ควบคุมพวกกล้ามเนื้อตา ให้กลอกตาไปมา กวาดตาขึ้นลงและช่วยยกหนังตาให้ลืมตา กะพริบตาเท่านั้น

    ส่วนเส้นประสาทที่เป็นตัวรับสัญญาณการมองเห็นภาพและสี โดยรับภาพจากตาไปยังสมอง เพื่อให้สมองแปลผลเป็นภาพคือเส้นประสาทตา คู่ที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ใช้รับรู้ โดยจะรับสัญญาณภาพจากตาส่งไปยังสัญญาณภาพจากตากว่า 90% ไปยังตัวประมวลผลสุดท้ายของสมองในส่วนท้ายทอยในสมองส่วนหน้า ดังนั้นในบางคนที่ประสบอุบัติเหตุตรงท้ายทอยรุนแรง ทำ ให้เนื้อสมองส่วนที่ประเมินผลการรับภาพเสียหาย อาจทำให้ตาบอดได้ ทั้งที่ดวงตายังปกติดี

    สำหรับสัญญาณภาพและแสงจาก ตาที่ส่งมาตามเส้นประสาทคู่ที่ 2 อีกประมาณ 10% จะส่งไปยัง บริเวณที่เซลล์ประสาทคู่ที่ 3 และ 4 อยู่ เพื่อนำสัญญาณภาพจากตาไปส่งให้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดภาพสะท้อนตามภาพและแสงตามที่บอกไว้เท่านั้นไม่ใช่เพื่อการมองเห็น

    ดังนั้นการ “ฝึกใช้สมองมองเห็นแทนดวงตา” ตามหลักการแพทย์ไม่สามารถทำได้เลย นี่คือการอ้างอิงจากข้อมูลวิชาการของสมองมนุษย์

    แต่ก็มีข้อโต้แย้งบางกรณี เช่น ผู้เชี่ยวชาญนั่งสมาธิ จนเข้าขั้นได้ “ฌาน” ก็อาจมองเห็นในสิ่งที่เหนือธรรมชาติได้เช่นกัน อันนี้จะต้องพิสูจน์กันต่อไป.

    ทีมข่าวเฉพาะกิจ : รายงาน


    ------------
    เดลินิวส์ออนไลน์
    Daily News Online > หน้าสังคม > สกู๊ปพิเศษ > ไขปริศนา'เอ็กซ์-เมน เมืองไทย'ใช้สมองมองแทนดวงตาทำได้จริงหร�
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • p2xmen.jpg
      p2xmen.jpg
      ขนาดไฟล์:
      33 KB
      เปิดดู:
      57

แชร์หน้านี้

Loading...