ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "คนฉลาด เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น คนมีปัญญา เห็นทุกสิ่งอย่าง แต่แกล้งไม่เห็นบางอย่าง"

    Jack Ma - กล่าวไว้

    #BizTMR #BusinessTomorrow #QUOTE #QUOTEOFTHEDAY #คำคม #ข้อคิดชีวิต #คำคมการลงทุน

    https://www.facebook.com/share/p/1GTtyxJfPM/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อ PCE สหรัฐ
    (ที่ FED ชอบจับตาดูที่สุด)
    พุ่งแตะ +3.5% แล้ว
    สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

    เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะ 3.5% สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี หลังสงครามอิหร่านดันราคาพลังงาน

    เงินเฟ้อสหรัฐจากดัชนี PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของ Federal Reserve ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.5% ในเดือนมีนาคม 2026 สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่ Core PCE อยู่ที่ 3.2% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังไม่คลี่คลาย

    แรงหนุนสำคัญมาจาก “ราคาพลังงาน” ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดใน Strait of Hormuz ซึ่งส่งผลต่อ supply น้ำมันโลกโดยตรง

    https://www.facebook.com/share/p/1BD5pGNCzn/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! ญี่ปุ่นยืนยันว่าได้เริ่ม
    เข้าแทรกแซงค่าเงิน "เยน“ แล้ว
    โดยการเข้าไปซื้อพยุงไว้

    [เงินเยนแข็งค่าขึ้นทันที
    1 บาท แลกได้ไม่ถึง 4.8 เยนแล้ว]

    ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน “ซื้อเยน” ดันค่าเงินแข็งทันที บาทแลกไม่ถึง 4.8 เยน

    รัฐบาล Japan ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินอีกครั้ง โดยดำเนินการ “ซื้อเงินเยน” เพื่อพยุงค่าเงินที่อ่อนค่ามาอย่างต่อเนื่อง

    การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นทันที โดยคู่เงิน USD/JPY ปรับตัวลงแรงจากระดับใกล้ 160 เยนต่อดอลลาร์ ลงมาแถว 156 ภายในเวลาอันสั้น

    ขณะเดียวกัน ค่าเงิน THB/JPY ปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.81 เยนต่อ 1 บาท หรือลดลงเกือบ -1.7% ในวันเดียว สะท้อนว่า “เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเยน” และทำให้ปัจจุบัน 1 บาทแลกได้ไม่ถึง 4.8 เยนแล้ว

    นักวิเคราะห์มองว่า การแทรกแซงครั้งนี้เป็นความพยายามของทางการญี่ปุ่นในการ “หยุดการอ่อนค่าที่เร็วเกินไป” ของเยน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและต้นทุนการนำเข้า

    อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาว่า การแทรกแซงลักษณะนี้มักให้ผลเพียง “ระยะสั้น” หากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น ยังไม่เปลี่ยนแปลง

    https://www.facebook.com/share/p/18meAChKvs/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    GDP สหรัฐไตรมาส 1 โต +2% !
    ขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง
    หนุนโดย AI และการบริโภค

    เศรษฐกิจสหรัฐ “ยังแข็งแกร่ง” GDP โต 2% ต้นปี 2026 หนุนโดย AI และการบริโภค

    เศรษฐกิจ United States ขยายตัวต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 โดย GDP เติบโต 2% (annualized) ในไตรมาส 1 สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ แม้ก่อนหน้านี้จะถูกกดดันจากเหตุการณ์ government shutdown ในปลายปี 2025

    สรุปประเด็นสำคัญ:

    GDP ไตรมาส 1 โต +2.0% (ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ +2.3%)
    ️ การบริโภค (คิดเป็น ~2/3 ของเศรษฐกิจ) โต +1.6% ดีกว่าคาด
    ️ การลงทุนภาคธุรกิจพุ่งแรง +10.4% สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
    แรงหนุนหลักมาจากการลงทุนใน AI และโครงสร้างพื้นฐาน
    เงินเฟ้อ PCE เดือนมี.ค. เพิ่ม +0.7% MoM
    Core PCE (ไม่รวมอาหาร/พลังงาน) เพิ่ม +0.3% MoM

    https://www.facebook.com/share/p/1J5Wr1phzr/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ออกโรงย้ำ

    "ราคาน้ำมันจะร่วงแรงแน่ทันที หากสงครามอิหร่านจบ"

    หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ " 126 ดอลลาร์" ทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 4 ปี

    ทรัมป์เชื่อราคาน้ำมัน “จะร่วงแรง” ทันที หากสงครามอิหร่านจบ

    ประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ราคาน้ำมันและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะ “ลดลงเหมือนหินตก” ทันที หลังสงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลง

    คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นแรง โดย Brent crude แตะระดับ มากกว่า $126 ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี จากความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและกระทบอุปทานพลังงานโลก

    ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงด้าน supply โดยเฉพาะบริเวณตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก ทำให้นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นวิกฤตระยะยาว

    แม้ทรัมป์จะมองว่าการยุติสงครามจะช่วยคลายความตึงตัวของตลาดได้ทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า ราคาน้ำมันยังขึ้นอยู่กับโครงสร้าง supply และความเสียหายจากสงคราม ซึ่งอาจทำให้การปรับตัวลงไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

    https://www.facebook.com/share/18LB12r6rf/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์จะจ่ายเงินให้อิหร่าน$25,000ล้านเพื่อเปิดฮอร์มุซ?
    ตามที่ เซย์มอร์ เฮิร์ช (Seymour Hersh) ระบุ ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพูดถึงการจ่ายเงินให้อิหร่านจำนวน 25,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากเกิดความไม่พอใจกับเนทันยาฮูอย่างมาก ที่ล่อให้เขาติดกับดักสงคราม ซึ่งตอนนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มตระหนักว่าไม่อาจชนะได้“ทรัมป์ ซึ่งกำลังตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกทางการเมืองจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ขณะนี้กำลัง ‘พูดคุยกับอิหร่าน’ ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวอิสราเอลคนหนึ่ง เกี่ยวกับการยุติทางตันในปัจจุบัน โดยสหรัฐฯ จะจ่ายเงินให้รัฐบาลเตหะรานอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ และอาจมากกว่านั้นมาก เพื่อแลกกับการที่อิหร่านจะยกเลิกการปิดกั้นและเปิดช่องแคบให้เรือทุกชาติผ่านได้ ซึ่งจะช่วยยุติวิกฤตสำหรับทรัมป์ สหรัฐฯ และส่วนใหญ่ของโลก”เรื่องนี้ฟังดูคล้ายกับ “ถุงเงินสด” ที่ทรัมป์เคยกล่าวหา โอบามา และ จอห์น เคอร์รี ว่าได้ทรยศชาติด้วยการมอบเงินให้อิหร่านเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ปี 2015
    https://seymourhersh.substack.com/p/will-trump-cut-a-deal-with-iran

    https://www.facebook.com/share/1CoHk1xPYb/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนประสบความสำเร็จโคลนนิง "จามรี" 10 ตัวรวดบนที่ราบสูงซีจ้าง รุกคืบสู่การเพาะพันธุ์เชิงพาณิชย์

    นักวิทยาศาสตร์จีนประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการ #โคลนนิงจามรี จำนวนมากบน #ที่ราบสูงซีจ้าง (ทิเบต) ถือเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่สูงและยกระดับเทคโนโลยีชีวภาพไปอีกขั้น

    ก้าวสำคัญจาก "ตัวแรก" สู่ "ฝูงโคลน"

    ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้น ณ ฐานเพาะพันธุ์และวิจัยจามรีในอำเภอตันสยง เขตปกครองตนเองซีจ้าง โดยมีรายละเอียดความสำเร็จดังนี้:

    จำนวนลูกจามรี: มีลูกจามรีที่เกิดจากการโคลนนิงรวม 10 ตัว แบ่งเป็นจามรีดำ 3 ตัว และจามรีขาว 7 ตัว

    ช่วงเวลาการเกิด: ลูกจามรีคลอดออกมาตามธรรมชาติระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569

    สุขภาพและความสมบูรณ์: ลูกจามรีทุกตัวมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและตรงตามมาตรฐานที่ตั้งไว้

    การต่อยอด: ความสำเร็จนี้สืบเนื่องมาจากจามรีโคลนนิงตัวแรกที่เกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งปัจจุบันเติบโตแข็งแรงมีน้ำหนักถึง 183 กิโลกรัม

    เทคโนโลยีล้ำสมัยบนสภาวะสุดขั้ว

    ฟางเซิ่งกั๋ว หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ระบุว่าการโคลนนิงจามรีมีความยากกว่าปศุสัตว์ทั่วไป เนื่องจาก #จามรี มีกลไกเซลล์ที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อทนต่อสภาพออกซิเจนต่ำและรังสีอัลตราไวโอเลตที่รุนแรง

    ทีมวิจัยจึงได้บูรณาการเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าด้วยกัน:

    เทคโนโลยีจีโนม: ใช้ในการคัดเลือกและวิจัยรหัสพันธุกรรม
    การโคลนเซลล์โซมาติก (Somatic Cells): เพื่อผลิตจามรีที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตรงตามต้องการ

    ความร่วมมือ: เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันชีววิทยาที่ราบสูงประจำภูมิภาค, รัฐบาลอำเภอตันสยง และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง

    ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจซีจ้าง

    โครงการนี้ไม่ใช่เพียงงานวิจัยในห้องแล็บ แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้ #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของ #จีน ซึ่งมุ่งเน้นการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่สูงเป็นอุตสาหกรรมหลัก

    เทคโนโลยีโคลนนิงแบบใหม่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน ทั้งเรื่องวงจรการผสมพันธุ์ที่ล่าช้าและปัญหาคุณภาพสายพันธุ์ที่ลดลง เพื่อขับเคลื่อนซีจ้างไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรบนที่ราบสูงที่ทันสมัย มีคุณภาพสูง และยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

    #ChinaFocus

    Ref.: Xinhua
    https://www.facebook.com/share/14b2GG97Co9/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Apple กับค่าปรับ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ — เมื่ออินเดียเปลี่ยน "กฎ" เป็น "มีด" เชือดทุนข้ามชาติ!

    กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ #รัฐบาลอินเดีย สั่งปรับ #Apple เป็นเงินมหาศาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่การบังคับใช้กฎหมายธรรมดา แต่คือยุทธศาสตร์ "หลอกให้ลงเงิน แล้วหันกลับมาเชือด" ที่อินเดียเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

    1. กลยุทธ์ "กฎหมายย้อนหลัง" (Retroactive Rules)

    สิ่งที่ทำให้ Apple ถึงกับจุกคือการที่ #อินเดีย แอบแก้กฎหมายการแข่งขัน (Competition Law) ในปี 2024 โดยเปลี่ยนฐานการคำนวณค่าปรับจาก "รายได้ในอินเดีย" มาเป็น "รายได้ทั่วโลก":

    ค่าปรับทุบสถิติ: การคิด 10% จากรายได้ทั่วโลกทำให้ยอดพุ่งสูงถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับกำไรที่ Apple ทำได้ในอินเดียตลอด 4 ปีรวมกัน

    กติกาเปลี่ยนตามใจ: นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในอดีต Vodafone ก็เคยชนะคดีภาษีในศาลฎีกา แต่อินเดียใช้วิธีแก้กฎหมายย้อนหลังเพื่อกลับคำพิพากษาและรีดเงินต่อ

    2. กับดัก "China+1" และการผูกมัดกำลังผลิต

    ทำไม Apple ถึงหนีไม่ได้? นั่นเพราะ Apple ทุ่มเงินไปกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างฐานผลิตในอินเดีย:

    ถอนตัวไม่ขึ้น: ปัจจุบันกำลังผลิต iPhone ถึง 25% ของโลกตั้งอยู่ในอินเดีย ผ่านซัพพลายเออร์อย่าง Foxconn, Tata Electronics และบริษัทท้องถิ่นอีก 45 แห่ง

    ทางเลือกที่บีบคั้น: ในขณะที่โลกพยายามลดความพึ่งพาจีน (De-risking) อินเดียจึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่นักลงทุนจำใจต้องยอมรับความเสี่ยงแม้จะรู้ว่าอาจถูก "เก็บส่วย" ในภายหลัง

    3. เป้าหมายแฝง: มากกว่าเงินคือ "อำนาจเหนือระบบนิเวศ"

    นอกจากต้องการเงินไปอุดช่องว่างทางการคลังที่หนี้สาธารณะพุ่งสูงถึง 82.7% ของ GDP แล้ว อินเดียยังมีเป้าหมายอื่น:

    ทลายกำแพง Apple: อินเดียต้องการบีบให้ Apple เปิดระบบปิดของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการชำระเงินที่ขัดขวางระบบ UPI ของอินเดีย

    เชือดไก่ให้ลิงดู: การเล่นงานบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่งสัญญาณชัดเจนว่า "ใครเข้าบ้านนี้ ต้องทำตามกฎ (ที่ข้าจะแก้เมื่อไหร่ก็ได้)"

    อินเดียใช้ตลาด 1.4 พันล้านคนเป็นเหยื่อล่อ พอบริษัทข้ามชาติเอาเงินมาถมจนรากงอกหนีไม่ได้แล้ว เขาก็แค่ 'เปลี่ยนกฎ' เพื่อเปลี่ยนกำไรของบริษัทให้กลายเป็นรายได้ของรัฐ... การที่ Apple โดนค่าปรับเท่ากับกำไร 4 ปี มันคือการทำงานฟรีให้อินเดียดีๆ นี่เอง

    ใครที่คิดจะหนีจากจีนไปหาอินเดียเพื่อความปลอดภัย อาจต้องคิดใหม่ เพราะในจีนกฎเกณฑ์อาจจะเข้มงวดแต่ชัดเจน แต่อินเดียคือ 'กฎมีไว้ให้เปลี่ยน' ตามสถานการณ์การเงินของรัฐบาล... สำหรับ Apple ตอนนี้จะหนีก็เจ็บ จะอยู่ต่อก็โดนเชือด เป็นสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

    #ChinaFocus

    Ref.: Reuters/Business Standard

    https://www.facebook.com/share/p/1CADMuYFJX/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อาการหนัก! หนี้สหรัฐฯพุ่งเกิน 100% ใหญ่กว่าขนาดของ GDP สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ จ่อทุบสถิติหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    #Nippononline

    ขณะที่สงครามกับอิหร่านยังไม่มีทางออก และมีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปอีกหบายเดือน ล่าสุดก็มีข่าวที่สร้างความกังวลครั้งใหญ่ให้กับชาวอเมริกัน เมื่อ
    Bureau of Economic Analysis ได้ออกมาเปิด
    เผยตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ว่าได้พุ่งเกิน 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แล้ว ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีแนวโน้มอาจสูงเกินสถิติเดิมที่ 106% ซึ่งเคยเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

    ข้อมูลจาก Bureau of Economic Analysis ระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม หนี้สาธารณะที่ถือโดยประชาชนอยู่ที่ 31.27 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ GDP ตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 31.22 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้อัตราหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ 100.2%

    ก่อนหน้านี้ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2025 ในเดือนกันยายน ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 99.5% ของ GDP
    มายา แมคกินเนียส ประธานคณะกรรมการเพื่อความรับผิดชอบด้านงบประมาณของรัฐบาลกลาง (Committee for a Responsible Federal Budget )ระบุว่า การก่อหนี้ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากวิกฤตใหญ่ระดับโลก แต่เป็นผลจากการที่ทั้งสองพรรคการเมืองหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ยากลำบากทางการคลัง

    เธอกล่าวว่า ขณะนี้หนี้ของประเทศมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจแล้ว และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกือบสองเท่า พร้อมเตือนว่าสัญญาณเตือนเรื่องเส้นทางการคลังดังขึ้นเรื่อย ๆ และคำถามสำคัญคือ ผู้นำในรัฐบาลจะรับฟังหรือไม่

    ขณะเดียวกัน รายงานประจำวันจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หนี้รวมของประเทศทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว หลังจากเพิ่งผ่านระดับ 38 ล้านล้านดอลลาร์มาเพียง 5 เดือน

    ที่มา The Hill
    https://thehill.com/business/5857998-us-national-debt-gdp/

    https://www.facebook.com/share/1Dm7USKtTg/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา สื่อเขมร ออกมาโต้ไทย อ้าง (NGO) อิสระของกัมพูชา ประเด็น ฝั่งกัมพูชาวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อ “การกล่าวอ้างของไทยที่ว่าเคยช่วยเหลือกัมพูชาในอดีต ” โดยมองว่าเป็นการบิดเบือนและปลอมแปลงประวัติศาสตร์อย่างจงใจ เพื่อสองเหตุผลหลัก 1.ปกปิดการกระทำปัจจุบัน[เขมรมองว่าไทยรุกราน] 2.เพื่อความชอบธรรมทั้งต่อคนไทยและต่อชาวโลก

    https://www.facebook.com/share/18yq6LyeZx/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปข่าวช่วงเช้าถัดไป (1/5/2026) อิสราเอลได้ประจำการระบบเลเซอร์ Iron Beam ใน UAE เพื่อช่วยในการสกัดโดรนและมิสไซด์ของอิหร่านและอิสราเอลยังได้ทำการประจำการระบบสังเกตุการณ์สอดแนม Spectro เพื่อช่วยตรวจจับโดรนของอิหร่านที่อยู่ห่างไป 20 กิโลเมตรอีกด้วย
    ปล.ขอปลดล็อคป้อมปืนเลเซอร์จาก C&C general zero hour ครับ
    https://www.timesofisrael.com/liveb...intercept-iranian-missiles-and-drones-report/

    https://www.facebook.com/share/p/1Cj7kbf3Gy/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หัวขาด เพราะต่อต้านนโยบายกดขี่ทางศาสนาของจักรพรรดิมุกัล นี่คือวาระสุดท้าย ศาสดาเเห่งศาสนาซิกข์
    ณ มหานครกรุงเดลี เมืองหลวงจักรวรรดิโมกุล หรือ มุกัล มหาจักรวรรดิอิสลามของชาวเติร์ก-มองโกล จากเอเชียกลาง ที่เข้ามาครองอำนาจเหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดในเอเชียใต้ (อนุทวีปอินเดีย) วันที่ 24 พฤศจิกายน ปี 1675 ท่าน “คุรุเตฆ์ พหาทุระ” คุรุศาสดาที่ 9 เเห่งศาสนาซิกข์

    ได้ถูก “จักรพรรดิออรังเซบเเห่งจักรวรรดิโมกุล” ประมุขสูงสุดบนเเผ่นดินฮินดูสถาน ผู้คลั่งศาสนา สั่งประหารชีวิต

    หลังคุรุศาสดาซิกข์ที่ 9 (ชาวปัญจาบ) ออกมาปกป้องสิทธิเสรีภาพทางศาสนา ให้คนต่างศาสนานิก โดยพยายามช่วยเหลือกลุ่มพราหมณ์ ชาวแคชเมียร์ ที่นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งกำลังถูกกองทัพโมกุล บังคับให้เปลี่ยนศาสนา มาเป็นอิสลาม ตามนโยบายสุดโต่งของออรังเซบ

    กล่าว คือ ท่านได้ออกมายืนหยัดต่อต้านนโยบายบังคับชนพื้นเมืองให้เข้ารับอิสลามของจักรพรรดิออรังเซบ ที่มุ่งไปหาประชาชาติฮินดู ชนกลุ่มใหญ่สุดของอนุทวีปอินเดีย เพราะหวังจะกลืนชาติแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยศาสนา พอคุรุศาสดาซิกข์ที่ 9 ออกมาต่อต้านเช่นนี้

    จึงทำให้ ท่านกลายเป็นตัวอันตราย รวมถึงศัตรูทางเมืองและศาสนาคนสำคัญ ของราชสำนักโมกุล จนท้ายที่สุด ออรังเซบ จักรพรรดิองค์ที่ 6 เเห่งราชวงศ์โมกุล ก็ได้ส่งทหารของตน ไปจับตัวคุรุศาสดาซิกข์ที่ 9 พร้อมเหล่าสาวกมา ก่อนจะเสนอตัวเลือกให้

    ( 1 ) เข้ารีตรับอิสลาม หากอยากมีชีวิตอยู่

    ( 2 ) ไม่เข้ารีตรับอิสลาม นับถือซิกข์เหมือนเดิม เเต่ต้องตาย

    สรุปเเล้ว คุรุเตฆ์ พหาทุระ คุรุศาสดาที่ 9 เเห่งศาสนาซิกข์ เลือกจะไม่รับอิสลาม ท่านขอยอมตาย ในฐานะผู้ต่อต้านความอยุติธรรม จักรพรรดิออรังเซบ เลยสั่งประหารชีวิตท่าน ด้วยการตัดหัว ต่อหน้าสาธารณชน เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

    ปิดฉากชีวิต องค์ศาสดาซิกข์ ผู้ทรงธรรม

    https://www.facebook.com/share/p/17gXXLxVpW/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากเร่ร่อนมากกว่า 2700 ปี ลูกหลานของหนึ่งในสิบเผ่าที่สาบสูญของอิสราเอล ก็ได้กลับคืนสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา

    เมื่อวันที่ 23 เมษายน ชาวอินเดียประมาณ 240 คนที่อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าในพระคัมภีร์ไบเบิล เดินทางมาถึงสนามบินเทลอาวีฟเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการของรัฐบาลในการย้ายถิ่นฐานพวกเขาไปยังอิสราเอล

    ผู้มาใหม่เดินผ่านซุ้มบอลลูนสีฟ้าและขาว ซึ่งเป็นสีของธงชาติอิสราเอล ขณะที่ผู้คนหลายสิบคนมาต้อนรับพวกเขาด้วยเพลงยิวแบบดั้งเดิม พวกเขาเป็นชาว "เบไน เมนาเช" ("ลูกหลานของมานาเสห์") กลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงอิสราเอลนับตั้งแต่รัฐบาลตัดสินใจเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาให้ทุนสนับสนุนการอพยพของสมาชิกชุมชนประมาณ 6,000 คนจากรัฐมณีปุระและมิโซรัมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ชุมชนนี้อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากมานาเสห์ บรรพบุรุษของหนึ่งใน "เผ่าที่สาบสูญ" ในพระคัมภีร์ของอิสราเอลที่ถูกเนรเทศในปี 720 ก่อนคริสต์ศักราชโดยผู้พิชิตชาวอัสซีเรีย

    ดาแกน โซลัต ซึ่งอาศัยอยู่ในอิสราเอลมา 20 ปีแล้ว อยู่ที่สนามบินเพื่อพบกับชายคนหนึ่งที่เขาเรียกว่าเป็นพี่ชายของเขา "เราเป็นเพื่อนบ้านกันและเป็นชาวยิวเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านของเรา" เขากล่าวกับ AFP พร้อมเสริมว่าเขาไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้มา 9 ปีแล้ว "ตอนที่ลูกชายของผมยังเล็ก (ในอินเดีย) เพื่อนของผมมักจะอุ้มเขาในอ้อมแขน" เขากล่าว

    องค์กร Shavei Israel ซึ่งพยายามสืบหาลูกหลานของชนเผ่าที่สาบสูญ กล่าวว่า ชาว Bnei Menashe ประมาณ 4,000 คนได้อพยพไปยังอิสราเอลแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1990 และอีกประมาณ 7,000 คนยังคงอาศัยอยู่ในอินเดีย ประวัติศาสตร์ปากเปล่าของพวกเขาบอกเล่าถึงการอพยพที่ยาวนานหลายศตวรรษผ่านเปอร์เซีย อัฟกานิสถาน ทิเบต และจีน โดยตลอดการเดินทางยังคงยึดมั่นในหลักปฏิบัติทางศาสนายิวบางประการ เช่น การขลิบ
    https://www.thestandard.com.hk/worl...g_fXOChYDs-Vtz3h0Q_aem_QVwcUUpKaWAXz7fGqF6CGw
    https://www.facebook.com/share/p/1Gc2TutcFd/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เสรีภาพสื่อโลก 2026 ไทยอันดับร่วงอยู่อันดับ 92 จาก 180 ประเทศ
    FB_IMG_1777607642098.jpg
    องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (RSF) เผยแพร่รายงานดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ประจำปี 2026 โดยปีนี้ ประเทศไทย อยู่อันดับ ที่ 92 ตกลงจากปีที่แล้วที่ได้อันดับ 85 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประเทศในกลุ่มอาเซียน ติมอร์-เลสเต ได้อันดับที่ 30 ของโลก ทิ้งห่างประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

    https://www.facebook.com/share/1H6p9aubin/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากทรัมป์ขู่จะถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากเยอรมนี วันนี้นายกรัฐมนตรีแมร์ซ กล่าวว่า:
    "เรามุ่งมั่นที่จะยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านให้ได้อย่างรวดเร็ว
    หากเงื่อนไขที่จำเป็นครบถ้วน เยอรมนีก็พร้อมที่จะเข้าแทรกแซงทางทหาร เพื่อรับประกันเสรีภาพของเส้นทางการเดินเรือ"
    จากประโยคที่ว่า "ทั้งประเทศต้องอัปยศอดสูเพราะอิหร่าน" กลายมาเป็น "เราพร้อมรบ"
    ดูเหมือนว่าความอัปยศจะลดน้อยลงทันที เมื่อคุณตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมวง (สงคราม) ด้วยตัวเอง

    https://www.facebook.com/share/p/1BX3swVsNw/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ทรัมป์" เล็งถอนทหารสหรัฐฯ จากอิตาลีและสเปน เดินหน้าแผนลดกำลังพลในยุโรปต่อเนื่อง
    เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขามีแนวโน้มที่จะพิจารณาถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอิตาลีและสเปน ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในการลดกำลังพลในยุโรป หลังจากที่เขาเพิ่งส่งสัญญาณแผนการปรับลดกองกำลังในเยอรมนีไปเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า
    คำกล่าวของทรัมป์เป็นการตอบคำถามที่ว่า การลดจำนวนทหารจะขยายวงกว้างไปมากกว่าเยอรมนีหรือไม่ ซึ่งเขาได้ระบุในช่วงสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับลดบทบาททางการทหารในพื้นที่ดังกล่าวลง
    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่าวอชิงตันกำลังทบทวนระดับกำลังพลในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ประจำการกองกำลังสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญด้านโลจิสติกส์และการปฏิบัติการ
    ความเป็นไปได้ในการถอนกำลังทหารครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ทรัมป์ได้ปะทะคารมอย่างเปิดเผยกับนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนี เกี่ยวกับประเด็นสงครามในอิหร่าน โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างตอบโต้กันอย่างดุเดือดในเรื่องยุทธศาสตร์และการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร
    มีรายงานระบุว่า ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์กรุงเบอร์ลินและพันธมิตร NATO รายอื่นๆ ในสิ่งที่เขามองว่าเป็นการให้การสนับสนุนที่ไม่เพียงพอต่อความพยายามของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ
    ในส่วนของนายกฯ เมิร์ซ เขาได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเยอรมนีที่มีต่อพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ในขณะเดียวกันก็ได้ตอบโต้แรงกดดันของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายต่ออิหร่าน ตามรายงานของสื่อยุโรปและสหรัฐฯ
    ทรัมป์กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า เขามีแนวโน้มที่จะดำเนินการลดจำนวนทหารในเยอรมนีหลังจากเกิดข้อพิพาทดังกล่าว ซึ่งเป็นการยกระดับข้อถักเถียงที่มีมาอย่างยาวนานในเรื่องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในกลุ่ม NATO
    รอยเตอร์และสำนักข่าวอื่นๆ ตั้งข้อสังเกตว่า การลดกำลังพลในเยอรมนีอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วยุโรป ซึ่งมีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่หลายหมื่นนาย รวมถึงกองกำลังสำคัญในอิตาลีและสเปน
    ทรัมป์ได้ตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงความคุ้มค่าในการคงระดับกองกำลังขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ไว้ในประเทศพันธมิตร โดยให้เหตุผลว่าประเทศคู่ค้าควรแบกรับค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบในการป้องกันประเทศของตนเองให้มากขึ้น
    ทางด้านนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงที่ถูกอ้างถึงในรายงานก่อนหน้านี้ออกมาเตือนว่า การถอนกำลังในวงกว้างอาจทำให้การแผ่อิทธิพลทางการทหารและระบบโลจิสติกส์ของสหรัฐฯ มีความซับซ้อนและยากลำบากขึ้น เนื่องจากยุโรปทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับการดำเนินงานในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก
    Source: NEWSMAX

    https://www.facebook.com/share/p/18VKGyDnMT/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความตกต่ำที่น่าใจหายและบีบหัวใจ
    โลนี วิลลิสัน เคยเป็นนางแบบฟิตเนสผู้โด่งดังในช่วงยุคปี 2000

    FB_IMG_1777609115817.jpg

    เธอแต่งงานกับ เจเรมี แจ็คสัน ดาราจากซีรีส์ Baywatch เมื่อปี 2012 แต่หลังจากที่ทั้งคู่หย่าร้างกันในปี 2014 ทุกอย่างในชีวิตเธอก็พังทลายลง
    จากนางแบบชุดว่ายน้ำสุดสวยในอดีต ปัจจุบันเธอกลายเป็นคนรูปร่างผอมโซ ผิวพรรณเหี่ยวย่น ผมร่วง ฟันหลอ และต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนในย่านเวนิสบีช
    คนส่วนใหญ่ต่างชี้ว่า การเสพติดยาไอซ์ อย่างยาวนานคือสาเหตุหลักของเรื่องนี้
    นี่คือเครื่องเตือนใจที่โหดร้ายว่า ยาเสพติดรุนแรงสามารถทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้รวดเร็วและไร้ความปราณีเพียงใด ไม่ว่าในอดีตคนคนนั้นจะเคยประสบความสำเร็จหรือหน้าตาดีแค่ไหนก็ตาม
    Source: TMZ


    https://www.facebook.com/share/p/17BzNYU8Qm/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    CNN จำใจรายงาน: ประธานาธิบดีทรัมป์กวาดคะแนนนิยมจากคนอเมริกันผิวสีเพิ่มขึ้น ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม!
    พวกเดโมแครตเห็นแล้วคงกระอักเลือด!
    "ความจริงที่ว่าเขากำลังทำคะแนนเพิ่มขึ้น... เรื่องนี้ส่งผลกระทบมหาศาลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง!"
    "โดยเฉพาะในรัฐจอร์เจีย และพื้นที่ทางตอนใต้ การเคลื่อนไหวแบบนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และช่วยให้พรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะในหลายพื้นที่ทางใต้ในการเลือกตั้งกลางเทอมนี้"
    "ประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกัน กำลังค่อยๆ กัดเซาะฐานเสียงที่พรรคเดโมแครตเคยได้เปรียบมาอย่างยาวนานในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งผิวสี"
    "หากดูคะแนนนิยมของทรัมป์ในกลุ่มคนผิวสีช่วงเวลานี้ของสมัยแรก เขาอยู่ที่ 12%"
    "แต่ตอนนี้เขากำลังตีตื้นขึ้นมา โดยพุ่งสูงถึง 16%!"
    "พรรครีพับลิกันปลื้มสุดๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเดโมแครตครองความได้เปรียบในกลุ่มนี้มาโดยตลอด!"
    Source: CNN

    https://www.facebook.com/share/p/1ApXehGwmD/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mamdani กำลังจะไล่เศรษฐีออกจากนิวยอร์ก เจริญรอยตามบทเรียนความล้มเหลวจากลอนดอน
    Zohran Mamdani นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก กำลังเสนอแผนที่จะขับไล่กลุ่มมหาเศรษฐีให้ออกไปจากนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในลอนดอน

    รายละเอียดของข้อเสนอ
    • เป้าหมาย: เก็บภาษีบ้านหลังที่สองที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านดอลลาร์ ขึ้นไป
    • คาดการณ์รายได้: ตั้งเป้าจะระดมเงินภาษีให้ได้ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี

    บทเรียนจากลอนดอน
    เมื่อลอนดอนเริ่มใช้นโยบายในลักษณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเลวร้ายเกินคาด:
    • ยอดขายบ้านหรู ลดลงถึง 55%
    • มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ตกลง 20%
    • กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ หายสาบสูญไปจากตลาด

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนิวยอร์ก
    เหล่ามหาเศรษฐีที่ไม่ได้พำนักถาวรไม่จำเป็นต้องดึงดันเป็นเจ้าของอสังหาฯ ในนิวยอร์ก หากภาษีสูงเกินไป พวกเขาก็แค่เปลี่ยนไปจองโรงแรมแทน

    "หากตัวเลขภาษีมันสูงจนไม่คุ้มค่า พวกเขาก็จะจากไปพร้อมกับเงินภาษีจากการโอนกรรมสิทธิ์, ภาษีคฤหาสน์ (Mansion Tax) และทำลายตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมการก่อสร้างไปด้วย"

    บทสรุป: ภาษีที่ตั้งเป้าจะเก็บให้ได้ 500 ล้านดอลลาร์นี้ อาจกลายเป็นตัวเลขที่ทำให้เมืองต้องสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจมหาศาล ซึ่งมากกว่าจำนวนภาษีที่จะเก็บได้จริงหลายเท่าตัว

    Source: Daily Mail

    https://www.facebook.com/share/p/1DzeZC3J9B/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยอรมนีและเกือบทุกประเทศในยุโรป ได้รับผลประโยชน์ฟรีๆ จากความใจกว้างของสหรัฐอเมริกามานานกว่า 70 ปี

    เป็นเวลาหลายทศวรรษที่พวกเขาจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันประเทศภายใต้ NATO ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และนำงบประมาณเหล่านั้นไปใช้กับระบบรัฐสวัสดิการที่หรูหราแทน

    อีกด้านหนึ่งที่ยุโรปเอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯ คือเรื่องการวิจัยทางเภสัชกรรมและการตั้งราคายา รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนเกือบ 50% ของการวิจัยตัวยาใหม่ๆ แต่จากนั้น เยอรมนีและประเทศอื่นๆ ในยุโรปกลับบังคับใช้มาตรการควบคุมราคาเพื่อพลเมืองของตนเองเพื่อให้ได้ยาในราคาถูก ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวอเมริกันต้องจ่ายยาในราคาที่สูงกว่ามาก เพื่อประคองผลกำไรของบริษัทประโยคยาให้คงอยู่

    จนกระทั่งการมาถึงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มเปลี่ยนกฎเกณฑ์เหล่านี้ เขาบีบให้ชาวยุโรปต้องเริ่มหันมาออกเงินทุนเพื่อการป้องกันประเทศด้วยตัวเอง

    ในขณะนี้ ทรัมป์กำลังเดินหน้าจัดการกับการเอาเปรียบเรื่องราคายาเช่นกัน โดยมุ่งเน้นไปที่การทำให้ชาวอเมริกันได้ราคายาที่ดีขึ้น และยุติการฉวยโอกาสโดยเยอรมนีและประเทศอื่นๆ ในยุโรป

    Source: Wall Street Mav

    https://www.facebook.com/share/p/1GAVkoEULm/
     

แชร์หน้านี้

Loading...