ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์อ้างว่าสหรัฐปิดล้อมอิหร่านไม่ให้ส่งออกน้ำมันทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์ !

    https://youtube.com/shorts/a9-0fJBfBvo?si=ZKkPbotLeXw-VyLA

    คำถามคือ: แล้วทำไมเรือของอิหร่านถึงยังเดินทางไปถึงอินเดียได้?!

    คำตอบก็คือ ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ สภาพภูมิศาสตร์ และแผนที่ ล้วนเอื้อประโยชน์ให้กับอิหร่านทั้งสิ้น!

    สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อย 34 ลำที่สามารถรอดพ้นจากการปิดล้อมของสหรัฐฯ และไปถึงอินเดียได้สำเร็จ

    วิธีการคือ อิหร่านจะบรรทุกน้ำมันลงเรือ แล้วแล่นเรือเลียบชายฝั่งโดยควบคุมให้อยู่เฉพาะในเขตน่านน้ำของตนเอง มุ่งหน้าไปทางประเทศปากีสถาน เพื่อหลีกเลี่ยงการออกไปสู่น่านน้ำสากลที่สหรัฐฯ ดักรอสกัดเรืออยู่ โดยจะแล่นเข้าไปในเขตน่านน้ำของปากีสถานโดยตรงเลย

    จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ ตามกฎหมายทะเลของสหประชาชาติ (UN) ระบุไว้ว่า เรือต่างๆ มีสิทธิที่จะแล่นผ่านน่านน้ำของประเทศชายฝั่งได้ หากไม่มีเจตนาร้าย (Right of innocent passage)

    เรือของอิหร่านจึงใช้วิธีแล่นเลียบชายฝั่งของทั้งปากีสถานและอินเดียไปเรื่อยๆ จนไปถึงเมืองมุมไบ โดยไม่ต้องออกไปสู่น่านน้ำสากลเลย!

    เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันเข้ามาอยู่ในเส้นทางเลียบชายฝั่งเหล่านี้ สหรัฐฯ จะไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่ายได้เลย เพราะต้องเคารพอำนาจอธิปไตยของประเทศเจ้าของน่านน้ำนั้นๆ เป็นหลัก

    สรุปก็คือ ในทางทฤษฎี ทรัมป์อาจจะประกาศปิดล้อมอิหร่านก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท้องทะเลยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ให้หลบหลีกได้เสมอ



    https://www.facebook.com/share/p/1BSbznHxr7/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #สิ่งที่มะกันขาดแคลนยิ่งกว่าเงิน!
    ผู้ดำเนินรายการ: "ช่วยอธิบายตัวเลข 25,000 ล้านดอลลาร์ที่เป็นต้นทุนของสงครามจนถึงขณะนี้ให้เราเข้าใจ และช่วยทำให้เราเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นหน่อยได้ไหมคะ?"

    ผู้ให้สัมภาษณ์:
    "เงิน 25,000 ล้านดอลลาร์ถือว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่ความจริงก็คือ เรื่องจำนวนเงินยังสำคัญน้อยกว่ายุทโธปกรณ์หรือทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ที่เราเสียไปในสนามรบครับ

    เพราะในสถานการณ์จริง เราไม่สามารถเสกอาวุธขึ้นมาใหม่ได้ทันทีเพียงเพราะเรามีเงิน!

    ประเด็นที่น่ากังวลกว่าก็คือ การที่อาวุธในคลังลดลงจนถึงขั้นวิกฤต ดังนี้ครับ:

    • ระบบเรดาร์: เราสูญเสียเรดาร์จากการถูกโจมตี ซึ่งของพวกนี้หามาทดแทนได้ยากมากในเชิงเทคนิค

    • ขีปนาวุธ Tomahawk: ตอนนี้อาวุธสำหรับโจมตีภาคพื้นดินในคลังเหลืออยู่เพียง 50% เท่านั้น

    • ขีดความสามารถในการสกัดกั้น: ศักยภาพในการป้องกันขีปนาวุธลดลงไปแล้วประมาณ 1 ใน 3

    • ระบบ THAAD: ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

    อุปสรรคสำคัญที่เงินไม่สามารถแก้ได้ในระยะสั้นก็คือเรื่องของเวลา เพราะอาวุธนำวิถีบางประเภทต้องใช้เวลาผลิตและส่งมอบนานหลายปี

    อีกทั้งการเติมยุทธปัจจัยให้เรือรบที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในน่านน้ำนั้ นไม่ใช่แค่การส่งของทั่วไป แต่เป็นปฏิบัติการทางทหารที่ซับซ้อนและใช้ทรัพยากรสูงมากครับ

    สรุปคือ ใช่ครับพาเมล เรื่องเงินน่ะสำคัญ แต่มันยังสำคัญน้อยกว่าข้อเท็จจริงจริงที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น เพราะถ้าอัตราการใช้อาวุธยังสูงกว่าอัตราการผลิตอย่างที่เป็นอยู่ ความมั่นคงในระยะยาวจะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที"

    https://www.facebook.com/share/v/1EepWqvENr/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พลจัตวา มาจิด มูซาวี ผบ.ทัพอากาศ/อวกาศ IRG C อิหร่านเผย :

    FB_IMG_1777643035677.jpg

    “...วันนี้เราได้เห็นสภาพฐานทัพสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียแล้ว (พังพินาศ) และคงได้เห็นสภาพของเรือรบของพวกคุณอีกไม่นาน!!”

    https://www.facebook.com/share/p/1G1a844Sfj/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ในไตรมาสแรกของปี 2025 #กัมพูชา นำเข้าดีเซลจากไทยมูลค่าเกือบ 103 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และน้ำมันเบนซินมูลค่ากว่า 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในไตรมาสแรกของปี 2026 สินค้าเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในรายการนำเข้าอีกต่อไป

    แหล่งข่าว #เขมร เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ กัมพูชา นำเข้าดีเซลรวมมูลค่าเกือบ 366 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากสิงคโปร์มากกว่า 253.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจากมาเลเซียอีกกว่า 39.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    แหล่งข่าวเดียวกันระบุเพิ่มเติมว่า เพื่อให้มั่นใจว่ามีปริมาณน้ำมันดีเซลเพียงพอภายในประเทศในไตรมาสนี้ เขมร นำเข้าน้ำมันดีเซลจากจีนมูลค่า 39.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเกาหลีใต้เกือบ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากญี่ปุ่นเกือบ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจากบรูไนกว่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    สำหรับน้ำมันเบนซิน กัมพูชานำเข้ารวมมูลค่าเกือบ 258 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ โดยนำเข้าจากสิงคโปร์มากกว่า 218 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมาเลเซีย 26.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากซาอุดีอาระเบียมากกว่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจากเวียดนามเกือบ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News

    FB_IMG_1777643118620.jpg

    #cambodia #ducknews

    https://www.facebook.com/share/1BRPF2a4wU/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รวยจริงๆ ไหนจะสร้างดาวเทียม ไหนจะคลองฟูนันเตโช ไหนจะมี รถไฟฟ้าเชื่อมสนามบิน

    ล่าสุด ฮุนมาเนต จ้อ กำลังเตรียมหา สถานที่ก่อสร้าง คลังน้ำมัน สำหรับ กัมพูชา เพื่อจะได้ ไม่ต้องกังวลว่า จะไม่มีน้ำมันใช้อีกต่อไป

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1777643389381.jpg
    #กัมพูชา #เขมร #ฮุนมาเนต #cambodia #ducknews #hunmanet
    https://www.facebook.com/share/p/1bPPioxEXX/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรี กระทรวงต่างประเทศ #กัมพูชา นาย ปรัก โสโครn ฝากถึงไทย ว่า

    ถ้าไม่อยากให้ #เขมร พูดว่า ไทย บุก กัมพูชา ง่ายนิดเดียว ก็แค่ให้ทหารไทย หยุดกระทำการผิดกฎหมายต่อ เขมร ก็หมดเรื่องแล้ว

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นต์ เพจ Duck News.

    FB_IMG_1777643458811.jpg

    #cambodia #ducknews #army
    https://www.facebook.com/share/p/1JbLriedUv/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร เฮ รถถัง แพ้ ญี่ปุ่น ทั้งที่ กัมพูชา ไม่เคยมีนักมวยระดับโลก

    FB_IMG_1777643540010.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1AyHHjDsPw/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนเซน ลั่น ตัดสินใจถูกที่เข้าร่วม อาเซียน ทำให้ กัมพูชา พัฒนา โดยไม่พูดถึง ไทย ที่ช่วยเหลือ

    FB_IMG_1777643596476.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1DYc8gdzWj/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอสันติภาพใหม่ให้สหรัฐผ่านปากีสถานแล้ว

    ตลาดหุ้นพุ่ง ราคาน้ำมันร่วงทันที

    FB_IMG_1777643771714.jpg

    อิหร่านยื่นข้อเสนอสันติภาพใหม่ผ่านปากีสถาน ตลาดตอบรับทันที หุ้นพุ่ง น้ำมันร่วง

    สื่อทางการของ Iran รายงานว่า อิหร่านได้ยื่น “ข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่” ไปยัง United States โดยใช้ Pakistan เป็นตัวกลางในการเจรจา ท่ามกลางความพยายามลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    แม้รายละเอียดของข้อเสนอจะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า “ช่องทางการทูตยังคงเดินหน้า” หลังจากก่อนหน้านี้การเจรจาติดขัดจากเงื่อนไขด้านนิวเคลียร์และประเด็นความมั่นคง

    ตลาดการเงินตอบรับข่าวอย่างรวดเร็ว โดย ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทันที ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จากความคาดหวังว่าความเสี่ยงด้านการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอาจคลี่คลายลง หากการเจรจานำไปสู่ข้อตกลงได้


    https://www.facebook.com/share/p/1CuCpGYyxp/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Rick Scott วุฒิสมาชิกสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน กล่าวถึงงบประมาณที่ยินดีใช้กับสงครามอิหร่านว่า:
    “ไม่มีตัวเลขไหนที่ใช้ตีราคา (กำหนดค่าใช้จ่าย) สำหรับการกำจัดภัยคุกคามต่อเราได้”

    https://www.facebook.com/share/v/18LxVpZACQ/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "อดทนกันต่อไป เพื่อฝันวันพรุ่งนี้!"
    ผู้สื่อข่าว: "ราคาน้ำมันเฉลี่ยต่อแกลลอนในประเทศนี้อยู่ที่ 4.30 ดอลลาร์แล้ว..."

    ทรัมป์ : ประธานาธิบดีทรัมป์: "และคุณรู้ไหม? และเราจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ"

    "ราคาน้ำมันจะลดลง ทันทีที่สงครามจบลง มันจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว มีน้ำมันอยู่มากมาย มันอยู่ทั่วทุกหนแห่ง กระจายอยู่ทั่วมหาสมุทรของโลก"

    https://www.facebook.com/share/v/1AxLDC4dB8/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ข่มขู่อิตาลีและสเปนว่าจะพิจารณาถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากทั้งสองประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยข่มขู่เยอรมนีในลักษณะเดียวกัน

    "ทำไมผมถึงไม่ควรทำล่ะ? อิตาลีไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไรเราเลย และสเปนก็แย่มาก"

    "ตอนที่เราต้องการความช่วยเหลือ พวกเขากลับไม่อยู่ตรงนั้น"

    "เราไม่เคยต้องการความช่วยเหลือใดๆจากพวกเขาเกี่ยวกับอิหร่าน ผมแค่อยากได้ยินจากพวกเขาว่า ใช่ เรายินดีช่วยเหลือพวกคุณ ผมแค่อยากรู้ว่าพวกเขาจะทำหรือไม่ และทุกครั้งพวกเขากลับบอกว่าเราไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย"


    https://www.facebook.com/share/v/1CZ7au6VeE/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แรงงานอินเดียปลื้ม โตโยต้าทุ่มกว่า 62,000 ล้านผุด 3 โรงงานใหม่ใน 4 ปีที่อินเดีย ขึ้นศูนย์กลางส่งออกเจาะเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ภายใน 4 ปี อินเดียขึ้นแท่นฐานผลิตใหญ่อันดับ 4 ของโตโยต้า BTimes

    May 1, 2026 หอมอินเดีย! โตโยต้าทุ่มกว่า 62,000 ล้านผุด 3 โรงงานใหม่ภายใน 4 ปีที่อินเดีย ดันขึ้นศูนย์กลางส่งออกเจาะ 3 ภูมิภาคยักษ์ ภายใน 4 ปีอินเดียขึ้นแท่นฐานผลิตใหญ่อันดับ 4 ของโตโยต้า

    โตโยต้า มอเตอร์ ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น และมีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลกในแง่ยอดขาย เปิดเผยว่า โตโยต้าจัดงบประมาณการลงทุน 300,000 ล้านเยน หรือ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 62,700 ล้านบาท เพื่อเตรียมสร้างโรงงานประกอบรถยนต์เพิ่มอีก 3 แห่งในประเทศอินเดีย ทำให้สามารถเพิ่มกําลังการผลิตในประเทศอินเดียอีก 3 เท่าจากปัจจุบันขึ้นเป็น 1 ล้านคันภายในปี 2030 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า

    สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าแห่งใหม่ทั้ง 3 แห่งจะอยู่ทางภาคตะวันตกของรัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นรัฐที่อยูทางตะวันตกของประเทศอินเดีย โรงงานแห่งแรกจะสร้างเสร็จและสามารถเปิดการประกอบรถยนต์ได้ภายในปี 2029 ส่วนอีก 2 แห่งที่เหลือจะก่อสร้างเสร็จสิ้นและประกอบรถยนต์ได้ภายในปี 2030 เมื่อโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ทั้ง 3 แห่งเปิดสายการผลิตแล้ว จะส่งผลให้โตโยต้ามีโรงงานประกอบรถยนต์รวมทั้งสิ้นรวม 6 แห่งในประเทศอินเดีย โดยโรงงานประกอบรถยนต์ทั้ง 3 แห่งที่มีอยู่เดิมในปัจจุบันจะเน้นการประกอบ และทำตลาดภายในประเทศอินเดียเป็นหลัก

    สาเหตุจากโตโยต้า มอเตอร์ ปรับยุทธศาสตร์การผลิต และการทำตลาดรถยนต์ครั้งสำคัญ เช่น การปรับเปลี่ยนเป้าหมายตลาดรถยนต์ที่ซบเซา เช่น สหรัฐอเมริกา และจีน มุ่งไปสู่ตลาดรถยนต์เกิดใหม่ ได้แก่ ตลาดรถยนต์อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การเสริมความแข็งแกร่งของประเทศอินเดียในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ของโตโยต้า

    สำหรับตลาดรถยนต์ประเทศอินเดียมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเอเชีย และใหญ่อันดับ 3 ของโลก โดยมีขนาดเป็นรองประเทศสหรัฐอเมริกาในอันดับ 1 และประเทศจีนในอันดับ 2 ตามลำดับ คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ตลาดรถยนต์ประเทศอินเดียจะมียอดจำหน่ายรถยนต์สูงถึง 6.44 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 20% จากยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในอินเดียเมื่อปี 2025

    รถยนต์ของโตโยต้าที่จะผลิตและทำตลาดภายในประเทศอินเดีย จะเป็นรถยนต์ประเภทเอสยูวีมีสามที่นั่งซึ่งจะทำตลาดภายใต้รุ่นโคโรลา รวมถึงจะมีการทำตลาดรถยนต์โตโยต้าประเภทเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอีกด้วย

    โตโยต้า มอเตอร์ มีโรงงานผลิต และประกอบรถยนต์ของโตโยต้าอยู่ในประเทศญี่ปุ่นด้วยกำลังการผลิต 3.1 ล้านคัน โรงงานโตโยต้าในประเทศจีนมีกำลังการผลิต 2.1 ล้านคัน และโรงงานโตโยต้าในประเทศสหรัฐอเมริกามีกำลังการผลิต 1.5 ล้านคัน นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป โรงงานโตโยต้าแห่งใหม่ทั้ง 3 แห่งที่จะประกอบรถยนต์นั้น จะส่งผลให้อินเดียกลายเป็นฐานการผลิตใหญ่อันดับ 4 ของโตโยต้า มอเตอร์

    ทั้งนี้ ตลาดยนต์ประเทศอินเดียเป็นตลาดที่ได้รับการจับตามองและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างโดดเด่นและรวดเร็วในอนาคตอย่างมาก ปัจจุบัน ซูซูกิ มารูติ เป็นบริษัทของซูซูกิที่รวมทุนกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศอินเดีย และทำตลาดรถยนต์ซูซูกิในอินเดียมาเป็นเวลานาน ขณะที่ ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังระดับโลกจากเกาหลีใต้ ซื้อโรงงานประกอบรถยนต์ของจีเอ็มที่อยู่ในอินเดียเมื่อปี 2023 และประกอบรถยนต์ประเภทเอสยูวี เพื่อทำตลาดภายในประเทศอินเดีย ซึ่งฮุนไดมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์อยู่ที่ 10% ของภาพรวมตลาดในอินเดีย
    #โตโยต้า #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1ArntFpe9c/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ได้ใจคนลอดช่อง นายกฯหว่องกล่าวรัฐบาลสิงคโปร์จะจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อช่วยชาวสิงคโปร์ถ้าวิกฤตเลวร้ายอีก รัฐต้องปกป้องแรงงานทุกคนถึงแม้ว่าไม่สามารถปกป้องงานทุกตำแหน่งท่ามกลางเทคโนโลยีเอไอกระทบตำแหน่งงาน BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18g8w7g7ft/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เลิกหลงทางกับกราฟราคา: ทำไม "กำไรต่อหุ้น" (EPS) คือมรรคาแห่งการลงทุน
    FB_IMG_1777644534518.jpg FB_IMG_1777644536720.jpg FB_IMG_1777644538707.jpg FB_IMG_1777644540907.jpg FB_IMG_1777644542904.jpg FB_IMG_1777644545085.jpg
    ***จั่วหัวแบบนี้เดี๋ยวบรรดาโค้ชเทคนิคจัดขบวนทัวร์มาลงบ้านแอดแน่นอน ดังนั้นจึงต้องขอชี้แจงก่อนว่าเป็นบทความสำหรับนักลงทุนสายคุณค่าหรือสายหุ้นเติบโตเท่านั้น นักลงทุนที่อุทิศตนลากกราฟขอให้ข้ามไปได้เลย ไม่ต้องสนใจอะไรบทความนี้ทั้งนั้น มันไม่เกี่ยวกับท่าน***

    แด่ผู้ที่ตามมา...

    บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของการลงทุน และเหตุผลที่ว่าทำไม แทนที่จะดูกราฟราคาหุ้น คุณควรหันมาดูกราฟ "กำไรต่อหุ้น" (Earnings Per Share - EPS) เพื่อใช้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อขาย เพราะในท้ายที่สุดแล้ว กฎเหล็กของตลาดทุนที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงคือ "ราคาหุ้นจะวิ่งตามผลกำไรเสมอ" และ "เจ้ามือที่แท้จริงคือผลประกอบการ"

    ทำไม "ราคา" ถึงเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ "กำไร" คือของจริง?

    ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า "ราคาหุ้น" ที่เราเห็นบนกระดานนั้นเกิดจากอะไร ราคาหุ้นในระยะสั้นถูกขับเคลื่อนด้วย "อารมณ์" ของคนในตลาด ไม่ว่าจะเป็นความโลภ (Greed) ความกลัว (Fear) ข่าวลือ หรือกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าออก ราคาในแต่ละวันจึงมีความผันผวนสูงและมักจะไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท

    ในทางกลับกัน "กำไรต่อหุ้น" (EPS) คือตัวแทนของ "ความจริง" มันคือตัวเลขที่บอกว่าธุรกิจนั้นๆ สามารถทำเงินได้เท่าไหร่จากการขายสินค้าหรือบริการ หักลบต้นทุนทั้งหมดแล้วเหลือกำไรสุทธิตกเป็นของนักลงทุนต่อ 1 หุ้นเท่าใด

    วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) สุดยอดนักลงทุนของโลกเคยกล่าวไว้ว่า "ในระยะสั้น ตลาดหุ้นคือเครื่องลงคะแนนเสียง (Voting Machine) แต่ในระยะยาว ตลาดหุ้นคือเครื่องชั่งน้ำหนัก (Weighing Machine)" ซึ่งน้ำหนักที่แท้จริงของบริษัทก็คือความสามารถในการทำกำไรนั่นเอง

    กับดักมูลค่า (Value Trap): หุ้นลงแรง ไม่ได้แปลว่าหุ้น "ถูก" เสมอไป

    หนึ่งในความผิดพลาดที่คลาสสิกและสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนมากที่สุด คือความเชื่อที่ว่า "ราคาหุ้นตกลงมาลึกมากแล้ว แสดงว่าหุ้นตัวนี้ราคาถูก น่าเข้าไปซื้อสะสม"

    หากคุณดูแค่กราฟราคา คุณอาจจะเห็นว่าหุ้นตัวหนึ่งเคยทำจุดสูงสุดที่ 100 บาท แล้ววันนี้ราคาตกลงมาเหลือ 50 บาท (ลดลงถึง 50%) กราฟเทคนิคอลอาจจะบอกว่าหุ้นอยู่ในเขต Oversold (ขายมากเกินไป) และมีโอกาสเด้งกลับ แต่เดี๋ยวก่อน! หากคุณเข้าไปซื้อโดยไม่ดูกำไร คุณอาจจะกำลังก้าวเข้าสู่ "กับดักมูลค่า"

    ความเป็นจริงที่ต้องตระหนัก: การที่ราคาหุ้นลงแรงไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะถูกเสมอไป ไม่มีหุ้นตัวไหนปรับตัวลงแรงๆ โดยที่ไม่มีเหตุผล และหากกำไรของบริษัทตกลงไปแรงกว่าราคาหุ้น หุ้นตัวนั้นก็ยังมีโอกาส "ลงต่อได้อีก"

    ”เช่น?“

    ปีที่แล้ว: หุ้น A ราคา 100 บาท ทำกำไรต่อหุ้น (EPS) ได้ 10 บาท (คิดเป็นค่า P/E หรือความถูกแพงที่ 10 เท่า)

    ปีนี้: ราคาหุ้น A ตกลงมาเหลือ 50 บาท หลายคนคิดว่าถูกลงครึ่งหนึ่ง เมื่อมองเป็น P/E ย้อนหลังก็เหมือนจะถูกมาก เพราะ P/E เหลือเพียง 5 เท่า แต่ปรากฏว่าบริษัทสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน กำไรต่อหุ้น (EPS) ตกฮวบลงเหลือเพียง 2 บาท

    ความจริงคือ: ตอนนี้หุ้น A ที่ราคา 50 บาท มีค่า P/E ที่คาดการณ์พุ่งไปถึง 25 เท่า (50 / 2)

    จะเห็นได้ว่าหุ้นที่ราคา 50 บาทในวันนี้ "แพงกว่า" หุ้นที่ราคา 100 บาทในปีที่แล้วเสียอีก และหากกำไรยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นที่ 50 บาทก็ยังถือว่าแพงไป และตลาดจะทำการเทขายจนกว่าราคาจะลงไปสะท้อนกับผลกำไรที่แท้จริง นี่คือเหตุผลว่าทำไมหุ้นที่ดูเหมือน "ถูก" ถึงกลายเป็นของ "แพง" ได้ในพริบตาหากกำไรหายไป

    และในความเป็นจริงก่อนที่บริษัทจะล้มละลาย หุ้นมันก็มักจะซื้อขายกันที่ P/E ย้อนหลังที่ 3-5 เท่านั้นนั่นแหละ

    มองข้ามโอกาสทอง: หุ้นขึ้นมาเยอะ ไม่ได้แปลว่าหุ้น "แพง" เสมอไป

    ในทางตรงกันข้าม การดูแต่กราฟราคาก็ทำให้นักลงทุนตกรถและพลาดโอกาสทำกำไรก้อนโตมานักต่อนัก ด้วยความเชื่อที่ว่า "หุ้นตัวนี้ราคาขึ้นมาเยอะมากแล้ว กราฟชันเป็นภูเขา คงไปต่อไม่ไหว และเตรียมตัวจะปรับฐาน"

    นักลงทุนที่ยึดติดกับกราฟราคา มักจะรีบขายทำกำไรหุ้นที่กำลังเป็นขาขึ้นเพียงเพราะเห็นว่าราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) หรือทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาไกลแล้ว แต่หากเราเปลี่ยนมุมมองมาดูที่ "กำไรต่อหุ้น" เราจะพบความจริงอีกด้าน

    ความเป็นจริงที่ต้องตระหนัก: หุ้นอาจขึ้นมาเยอะแล้ว แต่หลายครั้งที่ กำไรต่อหุ้น (EPS) มันเติบโตมากกว่าการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นเสียอีก ในกรณีแบบนี้ หุ้นก็ยังมี "อัปไซด์" (Upside) หรือพื้นที่ให้ราคาไปต่อได้อีกไกล

    ”เช่น?“

    ปีที่ 1: หุ้น B ราคา 20 บาท กำไรต่อหุ้น (EPS) 1 บาท (P/E = 20 เท่า)

    ปีที่ 3: หุ้น B ราคาพุ่งขึ้นเป็น 60 บาท (ราคาขึ้นมา 3 เท่า!) คนดูกราฟอาจจะบอกว่าแพงและน่ากลัวมาก P/E ย้อนหลังยิ่งดูแพงขึั้นไปอีก

    แต่ความจริงคือ: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถขยายกิจการไปต่างประเทศได้สำเร็จ หรือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นต้องการของโลก ทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโตแบบก้าวกระโดดเป็น 4 บาท

    ผลลัพธ์: ที่ราคา 60 บาท ตอนนี้หุ้น B มีค่า P/E ลดลงเหลือเพียง 15 เท่า (60 / 4)

    แม้ราคาหุ้นจะขึ้นมาถึง 300% แต่ในมุมมองของพื้นฐาน หุ้นตัวนี้กลับ "ถูกลง" กว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วเสียอีก หากบริษัทนี้ยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรแบบนี้ได้ต่อไป ราคาหุ้นก็จะยังคงปรับตัวขึ้นตามกำไรที่โตขึ้น นักลงทุนที่ขายทิ้งไปตั้งแต่ตอนราคา 30 บาทเพียงเพราะ "กราฟดูสูงเกินไป" จะพลาดโอกาสทำกำไรมหาศาลจากบริษัทที่ยอดเยี่ยม

    และในความเป็นจริงหุ้นนางฟ้าในปัจจุบันทุกตัวครั้งหนึ่งก็เคยซื้อขายกันที่ P/E >100x ทั้งนั้น

    ”พูดแบบนี้มันทฤษฎี ใครๆ ก็พูดได้?“

    งั้นมาดูของจริงกันดีกว่า

    ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาแอดได้ยินบ่อยมากว่าหุ้นอเมริกามันแพงแล้วดูสิกราฟ S&P ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดช่วงโควิทมาเกือบเท่าตัวแล้ว ดัชนี NASDAQ ยิ่งหนักเข้าไปอีกขึ้นทำ New High ไม่หยุด นี่่มันฟองสบู่ชัดๆ ล่าสุดดัชนี KOSPI วิ่งเป็นจรวดปล่อยจากฐานเลย ใครซื้อตามไปเดี๋ยวก็ดอย...

    สิ่งที่คนเหล่านี้ดูคือกราฟราคาหุ้น แต่เขาไม่ได้มองไปถึงกำไรต่อหุ้นของดัชนีเหล่านี้เลย

    ลองมองดูกราฟราคาหุ้นและกำไรต่อหุ้น (ที่คาดการณ์) เปรียบเทียบดูก่อน แล้วคุณจะเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง

    S&P500 NASDAQ หรือล่าสุดก็ KOSPI

    กราฟราคาหุ้นกับกำไรวิ่งล้อกันไปตลอดทาง 5 ปีที่ผ่านมาราคาดัชนีพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกำไรต่อหุ้น และในกรณีของ KOSPI กราฟดัชนีกับกราฟกำไรต่อหุ้นแทบจะวิ่งทับกันเป็นเส้นเดียว

    ในส่วนดัชนียอดนิยมชาวดูกราฟอย่างหุ้นจีน เช่น A-Share และ H-Share ดัชนีหุ้นของประเทศที่คุยนักหนาว่าเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีนวัตกรรมระดับโลก เป็นระเบียบโลกใหม่ มีราคาหุ้น Discount เป็นหุ้นที่อ้างว่า VI ชื่นชอบ

    ความเป็นจริงก็คือดัชนีมันแทบไม่ไปไหนเลยใน 5 ปีที่ผ่านมา อันที่จริงถ้ามองย้อนหลังกลับไป 5 ปี ผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีนยังต่ำกว่าตลาดหุ้นไทยเสียอีก

    ลองมองดูกราฟราคาหุ้นและกำไรต่อหุ้น (ที่คาดการณ์) เปรียบเทียบดูก่อน แล้วคุณจะเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง

    ดัชนีหุ้น A-Share และ H-Share อาจจะรวมถึง SET ด้วย ดัชนีมันไม่ไปไหนตามกำไรต่อหุ้นที่คาดการณ์นั่นแหละ และมันก็เป็นเช่นนั้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

    และแม้ว่าหุ้นจีนจะ P/E ต่ำแค่ไหนมันก็ยังไม่ฟื้นซะที ก็เพราะกำไรมันไม่โตนั่นแล

    ”นี่มัน After fact ใครๆ มันก็พูดได้!“

    ลองเปลี่ยน Mindset ดูมะ จากการดูกราฟราคา สู่การดูกราฟกำไร

    1. ให้ความสำคัญกับบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line): ก่อนจะดูว่ากราฟราคากำลังทำรูปทรงอะไร (Pattern) ให้เข้าไปดูงบการเงินและหาบรรทัด "กำไรสุทธิ" และ "กำไรต่อหุ้น (EPS)" ก่อนเสมอ ว่าบริษัทมีกำไรที่เติบโต สม่ำเสมอ หรือกำลังถดถอย

    2. พล็อต "กราฟกำไร" ซ้อนทับ "กราฟราคา": ลองนำข้อมูล EPS ย้อนหลัง 3-5 ปี มาสร้างเป็นกราฟ (หรือดูจากเว็บไซต์การเงินที่ให้บริการ) แล้วเปรียบเทียบกับกราฟราคาหุ้น คุณจะเห็นภาพชัดเจนว่าในระยะยาว ทิศทางของทั้งสองเส้นนี้จะล้อไปด้วยกันเสมอ หากราคาหุ้นพุ่งขึ้นแต่กราฟกำไรปักหัวลง นั่นคือสัญญาณอันตรายสูงสุด

    3. ประเมินอนาคต ไม่ใช่อดีต: กราฟราคาบอกสิ่งที่คุณ "พลาด" ไปแล้วในอดีต แต่การวิเคราะห์กำไรต่อหุ้น จะช่วยให้คุณเห็น "อนาคต" จงตั้งคำถามว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สินค้าและบริการของบริษัทนี้จะยังขายดีไหม? ต้นทุนจะลดลงหรือเปล่า? คู่แข่งแข็งแกร่งแค่ไหน? จะมีเทคโนโลยีอะไรมา Disrupt มันหรือเปล่า? หากคำตอบคือบริษัทน่าจะทำกำไรได้มากขึ้น ราคาหุ้นในอนาคตก็จะสะท้อนสิ่งนั้นเอง

    4. ใช้ราคาเพื่อหาจังหวะ ไม่ใช่หาเหตุผล: ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทิ้งกราฟราคาไปอย่างสิ้นเชิง แต่เราต้องจัดลำดับความสำคัญเสียใหม่ "กำไรและพื้นฐาน" จะเป็นตัวบอกว่าเราควร "ซื้อหุ้นตัวไหน" (What to buy) ส่วน "กราฟราคา" จะเป็นเครื่องมือเสริมที่ช่วยบอกว่าเราควร "ซื้อเมื่อไหร่" (When to buy) เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ดีที่สุด

    บทส่งท้าย

    การลงทุนโดยเอาแต่เฝ้ามองเส้นกราฟราคากะพริบขึ้นลง เป็นเหมือนการขับรถโดยมองแต่กระจกมองหลังและคาดเดาเส้นทางข้างหน้าจากสิ่งที่พ้นมาแล้ว มันอาจจะดูง่าย หรือสร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้ในระยะสั้น แต่มันคือภาพลวงตาของการลงทุน ราคาลงมาเยอะไม่ได้หมายความว่ามันถูก ราคาขึั้นมาแรงก็ไม่ได้หมายความมันแพงเสมอไป

    จงจำไว้เสมอว่าเมื่อซื้อหุ้นคุณกำลังซื้อ"ส่วนหนึ่งของธุรกิจ" ไม่ใช่ซื้อ "เส้นกราฟ" ตราบใดที่ธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง สินค้ายังคงเป็นที่ต้องการ และผู้บริหารยังสามารถสร้าง "กำไรต่อหุ้น (EPS)" ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง หุ้นมันก็จะขึ้นไปได้เรื่อย 1 เด้ง 10 เด้ง 100 เด้ง เป็นไปได้ทั้งสิ้น

    ในท้ายที่สุดไม่ว่าระหว่างทางจะมีข่าวร้ายหรือความผันผวนใดๆ มากระทบให้ราคาแกว่งตัวลงไปบ้าง ราคาหุ้นก็จะวิ่งกลับไปหาผลกำไรของมันเสมอ และถ้ากำไรต่อหุ้นมันยังวิ่งทำ New high ไปได้เรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะติดดอยที่สูงขนาดไหน สุดท้ายจะหลุดดอยอยู่ดี

    และนี่คือสัจนิรันตร์ในโลกของการลงทุน...

    แด่พรุ่งนี้ที่จะมาถึง...

    หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะบูลลี่หุ้นจีนหรือหุ้นไทย เพียงแค่ต้องการยกตัวอย่างในอดีตมาประกอบให้เห็นภาพ หากในอนาคตกำไรต่อหุ้นของหุ้นจีนและหุ้นไทยสามารถกลับมาทำ New High ได้ ดัชนีหุ้นจีนและไทยก็คงสามารถกลับมาทำ New High ได้เช่นกัน แอดก็ขอเอาใจช่วยให้วันนั้นมาถึงในเร็ววัน ฉะนั้นสาวกหุ้นจีนและไทยไม่ต้องจองทัวร์มาลงบ้านแอดนะครับ

    #ลงทุนนอก #EPS #ValueInvesting #หุ้นเติบโต #VI #การลงทุน #กำไรต่อหุ้น #วิเคราะห์หุ้น #ตลาดหุ้น #พื้นฐานเปลี่ยนราคาเปลี่ยน #StockMarket #InvestmentMindset #BottomLine

    https://www.facebook.com/share/p/1Dmu7gVGU3/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ทรัมป์” ลงนามคำสั่งยุติการชัตดาวน์ยาวนานทำให้สนามบินทั่วอเมริกาป่วน "TSA สนามบิน - ยามฝั่งสหรัฐฯ" เฮได้เงินเดือน
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้(30 เม.ย)ลงนามกฎหมายงบประมาณที่จะทำให้การชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบางส่วนนานถึง 76 วันทำให้สนามบินต่างๆทั่วอเมริกาเกิดความสับสนชุลมุนไปทั่ว
    .
    บีบีซีของอังกฤษรายงานวันนี้(1 พ.ค)ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวว่า เขาต้องการให้ร่างกฎหมายประนีประนอมสำหรับผ่านงบกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯนี้เดินทางมาถึงโต๊ะของเขาภายในวันที่ 1 มิ.ย
    .
    ผู้นำสหรัฐฯในบ่ายวันพฤหัสบดี(30 เม.บ)ลงนามกฎหมายงบประมาณ 2 พรรคร่วมเพื่อให้งบแก่หน่วยงานสำคัญของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯสิ้นสุดการชัตดาวน์ครั้งประวัติศาสตร์
    .
    เป็นกฎหมายงบประมาณที่จะให้หน่วยงาน FEMA , TSA, หน่วยงานยามฝั่งสหรัฐฯ และหน่วยงานตำรวจลับสหรัฐฯไปจนถึงกันยายนที่จะถึง NBC News ของสหรัฐฯรายงาน
    .
    และเสริมต่อว่า แต่งบประมาณที่เพิ่งลงนามจะไม่ให้งบเพิ่มเติมแก่ ICE และ CBP จากเท่าที่ฝ่ายพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้การเข้าเมืองสหรัฐฯ
    .
    ซึ่งทั้ง ICE และ CBP ต่างมีงบของตัวเองระหว่างวิกฤตชัตดาวน์ที่สนามบิน และอีกทั้งพรรครีพับลิกันจะพยายามในไม่อีกสัปดาห์ข้างหน้าเพื่อทำให้ทั้งสองได้รับเงินอุดหนุนไปตลอดจนถึงสิ้นสุดสมัยทรัมป์
    .
    ทั้งนี้สมาชิกสภาล่างของสหรัฐฯวันพฤหัสบดี(30 เม.ย) ได้ไฟเขียวอนุมัตร่างงบประมาณตามแพกเก็จของสภาสูงสหรัฐฯที่ผ่านออกมาเพื่อจะให้งบแก่กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯตั้งแต่การบังคับใช้การเข้าเมืองสหรัฐฯไปจนถึงความมั่นคงสนามบิน
    .
    เกิดมานานกว่า 2 เดือนหลังงบประมาณสำหรับกระทรวงไม่สามารถออกมาได้จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองต่อนโยบายการกวาดล้างผู้อพยพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์
    .
    การปิดนำมาสู่ความโกลาหลที่สนามบินต่างๆทั่วสหรัฐฯเป็นเวลาหลายสัปดาห์เนื่องมาจากการขาดกำลังคนของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำสนามบินเนื่องมาจากว่าพวกเขาและเธอไม่ได้รับเงินเดือนมานานหลายสัปดาห์ระหว่างศึกการงัดข้อระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสภา
    .
    หน่วยงานสำคัญทางการเข้าเมืองสหรัฐฯ 2 แห่งทั้ง ICE และ CBP สามารถได้รับเงินอุดหนุนผ่านงบประมาณอื่นที่ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯขณะที่การบังคับใช้การเข้าเมืองสหรัฐฯนั้นได้รับเงินอุดหนุน 170 พันล้านดอลลาร์ที่อนุมัติโดยสภาคองเกรสสหรัฐฯซึ่งเป็นส่วนหนึ่งตามนโยบายลดภาษีของทรัมป์ปีที่แล้ว
    .
    กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐ ต่างยังคงปฎิบัติงานต่อไปโดยไม่มีเงินอุดหนุนสำหรับปฎิบัติการตามปกติมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ นำมาสู่ปัญหาการติดขัดครั้งใหญ่และระยะเวลาที่รอนานที่สนามบินทั่วสหรัฐฯจากปัญหาเป็นต้นว่า TSA ที่ทำหน้าที่ตรวจเช็กความปลอดภัยประจำสนามบินไม่ได้รับเงินเดือน
    .
    การอนุมัติวันพฤหัสบดี(30 เม.ย)นั้นเป็นการปลดล็อกผ่าทางตันงบอุดหนุนทั้งหมดเพื่อทำให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่จุดตรวจ TSA จะสามารถได้รับเงินเดือนตรงเวลา
    .
    ประธานสภาคองเกรสสหรัฐฯ ไมค์ จอห์นสัน ออกมาประกาศว่า “พวกเราจะไม่มีคิวที่ต่อแถวที่ TSA อีกต่อไป ตอนนี้ทุกคนจะได้รับเช็คเงินเดือนแล้ว” เขากล่าวกับนักข่าวหลังการโหวต
    .
    ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ มาร์คเวร์น มูลลิน (Markwayne Mullin) ออกมาทวีตเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดชัตดาวน์ของกระทรวงบนแพลตฟอร์ม X กล่าวว่า
    .
    “นี่เป็นสิ่งชัดเจนว่า การชัตดาวน์ของเดโมแครต “ไม่สมควร” ที่จะต้องเกิดขึ้นแต่แรก”
    .
    และในเวลานี้สมาชิกสภาคองเกรสสายพรรคพรีพับลิกันต่างให้ความสนใจของตัวเองไปที่การอนุมัติงบประมาณ 70 พันล้านดอลลาร์ในการให้อุดหนุน ICE และ CBP สำหรับส่วนที่เหลือของสมัยการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ในขณะที่ฝ่ายเดโมแครตยังคงเรียกร้องกดดันให้มีการกำกับอย่างเข้มงวดและการจำกัดต่อการบังคับใช้

    https://www.facebook.com/share/p/17g5qRJ6Sf/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Lorie Logan (ประธานเฟดดัลลัส) กล่าวว่า ทิศทางดอกเบี้ยครั้งต่อไปเป็นไปได้ทั้ง "ปรับลดหรือปรับขึ้น" เธอย้ำว่านโยบายการเงินยังมีความไม่แน่นอนสูงและไม่ควรด่วนสรุปทิศทาง

    Lorie Logan ประธานเฟดสาขาดัลลัส ค้านแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยเธอลงมติคัดค้านในการประชุม FOMC ครั้งล่าสุด พร้อมเตือนไม่ให้มีการส่งสัญญาณที่สื่อถึงการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

    เธอกล่าวว่าความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น ตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง และความกังวลเรื่องการกดเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% ทำให้ทิศทางนโยบายถัดไปของเฟดเป็นไปได้ทั้ง "การขึ้นหรือลดดอกเบี้ย" พร้อมย้ำว่าทิศทางเงินเฟ้อยังไม่ชัดเจน และนโยบายไม่ควรส่งสัญญาณการผ่อนคลายที่เร็วเกินไป

    https://www.facebook.com/share/1BPNVZxKRv/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Steve Witkoff ทูตทำเนียบขาวส่งร่างแก้ไขข้อเสนอเจรจาอิหร่านฉบับล่าสุด โดยดึง "ประเด็นนิวเคลียร์" กลับมาเป็นเงื่อนไขหลัก พร้อมยื่นคำขาดห้ามอิหร่านเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากพื้นที่ที่ถูกโจมตี และห้ามกลับมาดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์ในสถานประกอบการเหล่านั้นตลอดช่วงเวลาที่มีการเจรจา
    Axios รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1D8pVJxCnc/
     

แชร์หน้านี้

Loading...