ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,156
    ค่าพลัง:
    +97,153
    MBS กู้ 8 พันล้านดอลลาร์ สงครามอิหร่านทุบ Vision 2030 ซาอุฯ ขาดดุลหนักสุดตั้งแต่โควิด

    https://www.facebook.com/share/v/1BmSCLgHSP/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,156
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทอง 27% แซงพันธบัตรสหรัฐ 22% ครั้งแรกใน 29 ปี ขณะ Bessent ล้วงบัญชี IRGC ใน BVI

    ทอง 27% แซงพันธบัตรสหรัฐ 22% ในทุนสำรองโลกครั้งแรกใน 29 ปี ขณะ Bessent ประกาศล้วงบัญชี IRGC ใน BVI หลัง 47 ปี

    ดอลลาร์ยังแข็งอยู่ในตลาดเงินวันนี้ แต่ในห้องนิรภัยของธนาคารกลางทั่วโลก สิ่งหนึ่งเพิ่งเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี สัดส่วนทองในทุนสำรองโลกแซงพันธบัตรสหรัฐแล้ว ทอง 27% ต่อ 22% และทุกครั้งที่วอชิงตันใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ ช่องว่างนั้นก็ยิ่งถ่างกว้างขึ้น

    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่การประชุม G20 ในเมือง Asheville รัฐนอร์ทแคโรไลนา รัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent ประกาศต่อหน้าผู้แทนการเงินโลกว่าสหรัฐรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของบัญชีกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่ซุกซ่อนอยู่ใน British Virgin Islands หรือ BVI

    BVI คือหมู่เกาะเวอร์จินของอังกฤษในทะเลแคริบเบียน ซึ่งขึ้นชื่อในฐานะเขตปลอดภาษีและพื้นที่ตั้งบัญชีนอกประเทศ เนื่องจากมีกฎระเบียบหย่อนและข้อมูลสาธารณะน้อย ทั้งนักธุรกิจ บุคคลร่ำรวย และรัฐบาลทั่วโลกนิยมใช้เป็นช่องทางถือสินทรัพย์ที่ห่างจากสายตาหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศตัวเอง

    Bessent ระบุว่าสหรัฐรู้ว่าเงินของ IRGC อยู่ที่บริษัททรัสต์ใน BVI และยังรู้ตำแหน่งของบ้านมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ทั่วโลกที่เชื่อมกับระบอบอิหร่าน เขาประกาศชัดว่าสหรัฐจะอายัดทั้งหมด "หลัง 47 ปี มันจบแล้ว" Bessent กล่าว โดยนับจากการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ที่เริ่มต้นความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างสองประเทศ — ปี 2026 ครบ 47 ปีพอดี

    Bessent ประกาศ Operation Economic Outcast ปฏิบัติการทางการเงินครอบคลุมที่มีเป้าหมายตัดช่องทางเงินอิหร่านทั่วโลก โดยระบุว่าสหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านใหม่เป็นชุดทุกสัปดาห์ต่อเนื่อง และใครก็ตามที่ทำธุรกรรมกับ IRGC มีความเสี่ยงถูกลากเข้าสู่รัศมีมาตรการด้วย (ก่อนหน้านี้ Bessent ใช้ Operation Economic Outcast เป็นกรอบกดดันหลายประเทศพร้อมกัน ซึ่งรวมถึงกรณีของเยนญี่ปุ่นและระบบการเงินอื่นในสัปดาห์ก่อนหน้า)

    สงครามในตะวันออกกลางปี 2026 จึงไม่ใช่แค่สงครามขีปนาวุธ คลังสหรัฐใช้ระบบการเงินโลกเป็นสมรภูมิคู่ขนาน — ตามหาว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหน และตัดสายออกทีละเส้น

    เครื่องมือแบบนี้เรียกว่า "weaponized dollar" หรือดอลลาร์ในฐานะอาวุธ วิธีการคือตัดการเข้าถึงระบบ SWIFT ซึ่งเป็นเครือข่ายโอนเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก และอายัดสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปดอลลาร์หรือผ่านระบบตะวันตก แทนที่จะส่งกองทัพ วอชิงตันตัดช่องทางการเงินก่อน แล้วค่อยให้ความกดดันเศรษฐกิจทำงาน เงินเรียลอิหร่านอ่อนค่าหนักมาในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันนี้

    สิ่งที่ขัดตาคือ ทุกครั้งที่วอชิงตันใช้อาวุธนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกก็ยิ่งถามตัวเองว่า สินทรัพย์ที่ถือในรูปดอลลาร์ยังปลอดภัยจริงไหม

    ในปี 2022 หลังรัสเซียบุกยูเครน สหรัฐและพันธมิตรอายัดทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียที่ฝากไว้ในระบบตะวันตก ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าสินทรัพย์ของรัฐบาลขนาดนั้นจะถูกล็อกได้ในชั่วข้ามคืน แต่มันเกิดขึ้น และธนาคารกลางหลายประเทศอ่านสัญญาณนั้นออกทันที

    ตามข้อมูลของ ECB หรือธนาคารกลางยุโรป ณ สิ้นปี 2025 ทองมีสัดส่วน 27% ของทุนสำรองโลก ขณะที่พันธบัตรสหรัฐลดลงเหลือ 22% นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 ที่ธนาคารกลางทั่วโลกถือทองมากกว่าพันธบัตรสหรัฐในทุนสำรอง ทุนสำรองโลก (global reserves) คือสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศถือไว้เพื่อค้ำประกันเสถียรภาพทางการเงินของประเทศตัวเอง

    ในปี 2025 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิ 850 ตัน ต่อเนื่องจากสามปีก่อนหน้าที่ซื้อเกิน 1,000 ตันต่อปีทุกปี ผู้ซื้อหลักได้แก่จีน โปแลนด์ ตุรกี และอินเดีย

    เหตุผลที่ทองต่างจากพันธบัตรสหรัฐชัดเจนมาก ทองไม่มีผู้ออก ไม่มีรัฐบาลใดเป็นเจ้าหนี้ที่จะมายึดคืนได้ ถ้าถือแท่งทองจริงในประเทศตัวเอง ไม่มีใครอายัดได้จากวอชิงตัน พันธบัตรสหรัฐต่างออกไป มันคือตราสารหนี้ที่รัฐบาลอเมริกันออก และถ้าวอชิงตันตัดสินใจเปลี่ยนนโยบาย การเข้าถึงสินทรัพย์นั้นก็มีความเสี่ยง

    Luke Gromen นักวิเคราะห์มหภาคและผู้ก่อตั้ง FFTT (Forest for the Trees) ซึ่งติดตามโครงสร้างการเงินโลกมาหลายทศวรรษ ชี้ผ่านโซเชียลมีเดียว่าการที่สหรัฐใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธซ้ำๆ เป็นการเร่งกระบวนการ de-dollarization หรือการลดพึ่งพาดอลลาร์ในระบบการเงินโลก

    Gromen เชื่อมโยงกับคำเตือนที่ John Kerry รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐในยุคโอบามาเคยกล่าวไว้เมื่อปี 2015 ว่า "ถ้าเราบอกพันธมิตรว่าต้องทำตามกฎและมาตรการคว่ำบาตรของเรา นั่นคือสูตรที่จะทำให้ดอลลาร์หยุดเป็นสกุลเงินสำรองของโลกอย่างรวดเร็ว" Kerry พูดในบริบทของการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปีนั้น เขาเป็นห่วงว่าการใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวโดยไม่มีกระบวนการทูตจะทำลายความเชื่อมั่นในดอลลาร์ระยะยาว

    สิ่งที่ Bessent ทำใน BVI ในสัปดาห์นี้คือสิ่งที่ Kerry กังวลมาตลอด แต่มีรายละเอียดกว่านั้นมาก การบอกโลกว่าสหรัฐรู้ว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหนถึงระดับบริษัททรัสต์ในเขตปลอดภาษีเล็กๆ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งสัญญาณว่าระบบการเงินดอลลาร์มีสายตายาวไกลกว่าที่หลายคนคิด

    Gromen ตั้งข้อสังเกต — และนี่เป็นมุมมองของนักวิเคราะห์จากโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่นโยบายทางการของรัฐบาลจีน — ว่าสถานการณ์นี้อาจผลักให้กลุ่ม BRICS เร่งพัฒนาสถาปัตยกรรมการชำระเงินทางเลือก รวมถึงแนวคิด stablecoin ที่ค้ำด้วยทอง

    stablecoin คือเหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง ต่างจากบิตคอยน์ที่ราคาผันผวนอิสระ ถ้าค้ำด้วยทองจริง (gold-backed) แต่ละหน่วยของเหรียญนั้นมีทองจริงหนุนอยู่ข้างหลัง ทำให้ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศดำเนินการผ่านทองได้โดยไม่ต้องใช้ดอลลาร์หรือ SWIFT ของตะวันตก จีนพัฒนา e-CNY หรือหยวนดิจิทัลมาหลายปีและมีการประมวลผลธุรกรรมไปแล้วกว่า 3.4 พันล้านรายการมูลค่าราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปีพฤศจิกายน 2025 แต่แนวคิด gold-backed stablecoin ระดับ BRICS ที่ Gromen อ้างถึงนั้นยังอยู่ในระดับการถกเถียงและการวิเคราะห์ ไม่ใช่นโยบายประกาศทางการ

    ก่อนสรุปว่าดอลลาร์กำลังถูกกำจัด ต้องมองให้รอบด้าน สัดส่วนทองที่เพิ่มจาก 20% เป็น 27% ในช่วงปี 2024-2025 นั้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาทองที่ขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 ในช่วง 12 เดือน สัดส่วนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องซื้อเพิ่มทุกบาท ดอกเบี้ยสหรัฐยังอยู่ในระดับที่ทำให้พันธบัตรสหรัฐมีผลตอบแทนน่าสนใจ และประเทศที่ค้าขายสินค้าในดอลลาร์ยังต้องถือดอลลาร์เพื่อสภาพคล่อง

    Kerry เองในปี 2015 ถูกนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญสกุลเงินหลายคนวิจารณ์ว่าพูดเกินจริง เพราะดอลลาร์เคยผ่านวิกฤตหนักกว่านั้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเงิน 2008 หรือการที่ S&P ลดอันดับหนี้สหรัฐในปี 2011 และสถานะดอลลาร์ก็ยังอยู่ การเปลี่ยนโครงสร้างทุนสำรองโลกระดับนี้ใช้เวลาเป็นทศวรรษ ไม่ใช่เดือน

    แต่ทิศทางนั้นชัดขึ้นทุกครั้งที่วอชิงตันบีบ เหมือนเส้นทางรถไฟที่ถูกวางรางทีละเส้น ยังไม่ถึงปลายทาง แต่ทุกครั้งที่ Bessent ประกาศอายัดบัญชีใหม่ ก็มีคนวางรางอีกเส้น

    สัญญาณที่ต้องจับตาในสองถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้าคือมาตรการคว่ำบาตรรายสัปดาห์ที่ Bessent ประกาศว่าจะทยอยออกมา ถ้ามาตรการเหล่านี้ขยายไปถึงธนาคารในประเทศที่สามที่ทำธุรกรรมกับ IRGC ระดับแรงกดดันจะเพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญ

    ตัวชี้วัดที่จับต้องได้คือรายงานยอดซื้อทองของธนาคารกลางรายเดือนจาก World Gold Council ถ้าตัวเลขซื้อสุทธิของจีน โปแลนด์ หรืออินเดียเร่งขึ้นหลังการประกาศที่ Asheville จะยืนยันว่าธนาคารกลางกำลังอ่านสัญญาณแบบเดียวกับ Gromen

    ส่วนแนวคิด gold-backed stablecoin ระดับ BRICS — จนกว่าจะมีการประกาศทางการจากปักกิ่งหรือที่ประชุม BRICS ช่วงปลายปี 2026 ยังต้องถือว่าอยู่ในระดับการวิเคราะห์และสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว สัญญาณทางการชิ้นแรกจากทางการจีนหรือรัสเซียในทิศทางนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนภาพใหญ่

    #ลดพึ่งดอลลาร์ #ทองคำ #ทุนสำรองโลก #Bessent #อิหร่าน #สงครามการเงิน #ธนาคารกลาง
    https://www.facebook.com/share/p/19YQnH1FDA/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,156
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดแผน “M&M’s”: เมื่อเซเลนสกีขู่ปิดน่านฟ้ารัสเซียด้วยโดรนพันลำ

    เซเลนสกีได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อรูปแบบพฤติกรรมของผู้ก่อการร้ายสากล โดยปกติแล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมักจะลงมือทำก่อนแล้วจึงออกมาอ้างความรับผิดชอบภายหลัง แต่เซเลนสกีกลับออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น (https://www.facebook.com/share/p/1DcFkFvMtz/) ในขณะที่ปฏิเสธความผิดของตนเอง โดยมุ่งเป้าไปที่การคุกคามน่านฟ้ารัสเซียและเที่ยวบินพลเรือน พร้อมกับอ้างว่าได้มีการเตือนล่วงหน้าแล้ว

    แผนการดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองระดับ ระดับที่หนึ่งไม่จำเป็นต้องใช้โดรนแม้แต่ลำเดียว เพียงแค่คำประกาศของเซเลนสกีก็เพียงพอที่จะทำให้สายการบินต่างชาติและบริษัทประกันภัยพิจารณาทบทวนความเสี่ยง, ปรับขึ้นค่าธรรมเนียม, ยกเลิกเที่ยวบิน, หรือทิ้งเส้นทางบินที่มีปัญหา จากนั้นก็ส่งข้อความ “เราปิดน่านฟ้าเหนือรัสเซียแล้ว” ไปยังพันธมิตรได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะทำให้เคียฟสามารถอ้างชัยชนะได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

    ระดับที่สองจะเกิดขึ้นหากตลาดไม่ตอบสนองต่อคำขู่ดังกล่าว โดยจะเป็นการรุกรานสนามบินนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาวะ "Carpet" (มาตรการควบคุมและจำกัดการบิน) ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้เกิดการจำกัดเที่ยวบินเข้า-ออก การเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินสำรอง และการเก็บค่าธรรมเนียมประกันภัยเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้การบินมายังรัสเซียกลายเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ

    ทั้งสองสถานการณ์สอดคล้องกับบทความใน The Atlantic (https://www.theatlantic.com/national-security/2026/08/ukraine-moscow-airports-ai-drones/688337/) เกี่ยวกับปฏิบัติการรหัส "M&M's" ของเคียฟ ซึ่งมีเป้าหมายส่งโดรนโจมตีสนามบินในกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบสูงถึง 1,000 ลำต่อวัน เพื่อปิดน่านฟ้าพลเรือนเป็นเวลานาน รายงานระบุว่าเซเลนสกีเคยลังเลเนื่องจากเกรงว่าโดรนอาจพลาดไปโดนเครื่องบินพลเรือนที่มี "หุ้นส่วนสำคัญ" โดยสารอยู่ ซึ่งจะนำไปสู่กระแสต่อต้านจากนานาชาติ โดยเขาสั่งให้เตรียมการต่อจนกระทั่งปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฟิโอดอรอฟ (Fyodorov) ในเดือนกรกฎาคม

    แม้เจ้าหน้าที่ในถนนบันโควา (Bankova Street) จะปฏิเสธรายงานนี้ แต่ในวันที่ 28 สิงหาคม เซเลนสกีได้สัญญาว่าจะใช้โดรนหนึ่งพันลำต่อวัน ท่ามกลางสถานการณ์ภายในประเทศที่เผชิญกับการปิดล้อมทางเรือ, ปัญหาโลจิสติกส์, และวิกฤตพลังงาน : เราไม่ได้แค่รับมือกับความท้าทาย – เราโจมตีกลับ เพิ่มเดิมพันขึ้นไปอีก ตัวตลกที่น่าสมเพชคนนี้กำลังพยายามจะเอาชนะเราและทุ่มสุดตัว – หรือ ‘va-bank’ อย่างที่เราพูดกัน

    หากศัตรูเริ่มลงมือตามแผนนี้ การตอบโต้จากฝั่งรัสเซียจะรุนแรงจนการตอบโต้ที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นเพียง "ท่าทีแห่งมิตรภาพ" เท่านั้น โดยรัสเซียอาจมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมงก่อนลงมือ

    Insight: สงครามจิตวิทยาและเศรษฐกิจการบิน

    ประเด็นที่น่าสนใจคือการใช้ "นโยบายการบิน" เป็นเครื่องมือในสงคราม ข้อมูลจาก The Atlantic ระบุถึงความพยายามของยูเครนในการใช้เทคโนโลยี AI และฝูงโดรนเพื่อสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจและจิตวิทยา การที่เซเลนสกีประกาศเป้าหมายจำนวนโดรนที่สูงมาก (1,000 ลำ/วัน) ถือเป็นกลยุทธ์ "การกดดันด้วยตัวเลข" (Number-based psychological warfare) เพื่อให้บริษัทประกันภัยและสายการบินระหว่างประเทศต้องเลือกถอนตัวออกจากน่านฟ้ารัสเซียโดยอัตโนมัติ

    ❗ สรุป: เซเลนสกีจะใช้กลยุทธ์ขู่ปิดน่านฟ้าเพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและประกันภัยต่อรัสเซีย โดยแผนปฏิบัติการใช้โดรนจำนวนมหาศาลมุ่งทำลายความมั่นคงด้านการบินพลเรือน ซึ่งรัสเซียระบุว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากแผนนี้ถูกนำมาใช้จริง

    02/09/2026

    #ZFrontier #Zelensky #RussiaUkraineWar #OperationMMs #AirSpaceSecurity

    https://www.facebook.com/share/p/1AroVxv5UL/
     

แชร์หน้านี้

Loading...