เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 3 กันยายน 2026 at 16:39.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,033
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,235
    ค่าพลัง:
    +27,004
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,033
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,235
    ค่าพลัง:
    +27,004
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้กระผม/อาตมภาพมาทันเรือเฟอร์รี่ค่อนข้างจะหวุดหวิด และในคณะเท่าที่เห็นก็มี "ท่านเจ้าคุณทินน์" - พระโสภณพัฒนคุณ (ทินน์ สุทินฺโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓ เจ้าอาวาสวัดพุน้อย (เศรษฐีเรือทอง) จังหวัดลพบุรี ที่ตามมาขึ้นเรือเฟอร์รี่ทัน ต้องฝ่าคลื่นฝ่าลมเป็นระยะเวลาเกือบ ๕๐ นาทีกว่าจะไปขึ้นฝั่งเกาะช้าง เมื่อขึ้นจากเรือเฟอร์รี่แล้วก็เป็นทางชันขึ้นเขาในทันทีทันใด กว่าที่จะลงสู่ที่ราบได้ก็ต้องวิ่งอยู่นานหลายนาที

    พวกเรามาถึงภูธารรีสอร์ทก็เป็นเวลา ๕ โมงกว่า ๖ โมงเย็นแล้ว ปรากฏว่าทางห้องพักที่จองเอาไว้นั้นเต็ม โดยเฉพาะ "ดร.ท่านเจ้าคุณกิตติวัฒน์ " - พระราชวชิรดิลก (กิตติวัฒน์ กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.๙, ดร.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทร วรวิหาร รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ท่านได้มาถึงก่อนและเข้าที่พักไปแล้ว ทิ้งหลานสาวของตนเอง คือ "เจ้าเมย์" ไว้รอ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) เพื่อที่จะให้ไปพักด้วยกัน โดยที่กระผม/อาตมภาพต้องไปพักกับท่าน ส่วน "น้องเล็ก" และ "เจ้าเมย์" ไปพักห้องที่กระผม/อาตมภาพจองเอาไว้

    แต่ทางรีสอร์ทยืนยันว่าพลขับและพระจะต้องพักอยู่ด้วยกัน กระผม/อาตมภาพจึงตัดสินใจให้ "น้องเล็ก" พา "เจ้าเมย์" ไปหารีสอร์ทอีกแห่งหนึ่งเป็นที่พักแทน โดยจ่ายค่าห้องพักไป ๑,๕๐๐ บาท ได้ "คลองพร้าว
    รีสอร์ท" ซึ่งอยู่ห่างไม่มากนัก และได้ยินมาว่าวิวดีกว่ามากอีกด้วย เพราะว่าติดทะเล แถมยังน้ำใสสะอาดอีกต่างหาก

    ที่กระผม/อาตมภาพพักอยู่นั้น เมื่อเปิดน้ำใส่อ่าง หวังจะแช่ให้หายเมื่อยขบ กลายเป็นน้ำสีเหมือนน้ำยาย้อมจีวร..! ทำเอากระผม/อาตมภาพได้แต่ล้างหน้าเช็ดตัวลวก ๆ เท่านั้น ต้องทำใจว่าอยู่ในเกาะ มีน้ำให้ใช้ก็ดีตายชักแล้ว..! จากนั้นก็ได้ฉันยา แล้วก็อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ขอความสะดวกจากท่านว่า จนกว่าจะพ้นออกจากเกาะช้างไปแล้ว ค่อยให้พายุฝนถล่มมาให้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น แล้วนอนภาวนา ส่งใจไปกราบพระบนพระนิพพาน

    ตื่นขึ้นมาเป็นเวลาประมาณตี ๒ อาการมาลาเรียขึ้นสมองที่เมื่อวานกำเริบค่อนข้างหนัก ลดลงไปประมาณ ๑ ใน ๓ รู้สึกว่าร่างกายมีกำลังมากขึ้น ก็ได้แต่ปลงอนิจจังว่า
    แม้แต่ความเจ็บไข้ได้ป่วย ก็หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้ เมื่อวานทำท่าจะตายอยู่แท้ ๆ วันนี้กลับรู้สึกแข็งแรงขึ้นมาอีกแล้ว

    ถ้าใครเป็นอยู่ในลักษณะอย่างนี้ ขอให้พิจารณากำลังใจของตนเองให้ดีว่า ตอนป่วยแล้วอยากจะตาย แต่พออาการดีขึ้นมา แล้วอยากอยู่ต่อหรือไม่ ? ขออย่าได้หลอกตัวเองเป็นอันขาด ถ้าหากว่า "เวลาป่วยอยากตาย เวลาหายอยากอยู่" ขอให้รู้ว่ากำลังใจยังห่วยแตกมาก โดนกิเลสจูงจมูกโดยไม่รู้ตัว มีโอกาสที่จะลงอบายภูมิสูงมาก เพราะว่าเท่ากับปฏิบัติธรรมหลอกตัวเองอยู่ตลอดเวลา..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,033
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,235
    ค่าพลัง:
    +27,004
    ครั้นจัดการทำหน้าที่การงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการออกเกียรติบัตร "คนคู่คุณธรรม" ปี ๒๕๖๙ ซึ่งบรรดาเครือข่ายชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุนทยอยกันส่งเข้ามา เพื่อขอรับรางวัลในปีนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้แค่เช็ดตัว แต่งตัว แล้วก็หอบข้าวของลงมาข้างล่าง จัดการคืนกุญแจ

    ทางด้านคลองพร้าวรีสอร์ทได้ส่งรถแบตเตอรี่นำ "น้องเล็ก" กลับมา เพื่อที่จะขับรถยนต์ของวัดให้ไปฉันเช้าทางด้านโน้น เนื่องเพราะว่าภูธารรีสอร์ทและคลองพร้าวรีสอร์ทนั้นมีเจ้าของคนเดียวกัน

    กระผม/อาตมภาพไปถึงคลองพร้าวรีสอร์ทประมาณตอน ๖ โมงเช้า ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์เริ่มลงอาหารแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงถึงจะครบถ้วน กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ไม่เป็นไร ที่เห็นอยู่นี้ก็กินไม่ไหวใช้ไม่หมดแล้ว" จากนั้นก็ไปตักอาหารมากินกันตายไปอีกมื้อหนึ่ง..!

    เมื่ออิ่มแล้ว คณะใหญ่ซึ่งนำโดย "พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรสุนทร" (ประเทือง อาภาธโร ป.ธ. ๔) ประธานคณะกรรมการบริหารกลาง โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ เพิ่งจะเข้ามาถึง แล้วพรรคพวกก็ทยอยตามกันมาเป็นสิบ ๆ คันรถ ถ้าลักษณะแบบนี้ ก็คงต้องลงไปแย่งชิงวิ่งราวกันเอง ซึ่งกระผม/อาตมภาพไม่ชอบบรรยากาศอย่างนั้น จึงขออนุญาตวิ่งไปยังวัดคลองพร้าวเลย

    เมื่อเข้าไปถึงวัดคลองพร้าว หมู่ที่ ๔ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ก็ได้เห็นวัดวาอาราม ซึ่งทำความสะอาด จนสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้เลยทีเดียว แต่ว่าบนพื้นยังมีร่องรอยฝนเปียก ๆ เหลืออยู่บ้าง

    "หลวงพ่อพระปลัดศักดา ฐิตธมฺโม" เจ้าอาวาสวัดคลองพร้าวมาต้อนรับ บอกว่าวัดของท่านเป็นวัดน้องเล็กของเกาะช้าง คือเป็นวัดที่สร้างที่หลังสุด มีวัดทั้งหมดบนอำเภอเกาะช้างนี้แค่ ๖ วัดเท่านั้น ที่เหลือเป็นสำนักสงฆ์ ท่านเองมาสร้างวัดช่วงนั้นก็ต้องลำบากมาก เพราะว่าข้าวของทุกอย่าง ถ้ารอเรือเฟอร์รี่ไม่ไหว ก็ต้องจ้างเรือประมงขนเข้ามา กว่าที่จะสร้างโบสถ์เสร็จ จึงต้องใช้เวลาหลายปี

    กระผม/อาตมภาพนึกย้อนหลังไปประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว เกาะช้างยังไม่มีเรือเฟอร์รี่มากมายหลายลำเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ กว่าที่จะออกได้ในแต่ละวัน ก็น่าจะรอกันอย่างชนิดหลับแล้วหลับอีก..! แต่ท่านก็ยังอุตส่าห์สร้างวัดจนเสร็จ ดูจากลักษณะวัดซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๗ ไร่เศษ โดนถนนบีบอยู่ทั้งซ้ายขวา ด้านข้างก็เป็นบ้านเรือนของผู้คน คงไม่สามารถที่จะขยายได้อีกแล้ว

    ท่านบอกว่า "ผมมีพระอยู่ด้วยกัน ๖ รูป จะมีมากก็ช่วงออกพรรษา ส่วนใหญ่เป็นบรรดา "จอมยุทธ์" จรมาจากที่อื่น ถ้าหากว่ามาขอพักด้วย ผมก็บอกว่าไม่คิดอะไรหรอก นอกจากมาช่วยใช้แรงทำงานด้วยกัน" ได้ยินนโยบายของท่านแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขำอยู่เหมือนกัน..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,033
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,235
    ค่าพลัง:
    +27,004
    ครั้นเดินดูนิทรรศการต่าง ๆ เขาก็ยังลงของไม่ทั่วถึง จึงได้รออยู่จนครู่ใหญ่ "พระเดชพระคุณพระราชวชิรธรรมคณี" (บังคม รกฺขิตธมฺโม ป.ธ. ๕) เจ้าคณะจังหวัดตราดก็มาถึง

    เมื่อกราบกรานทักทายกันเรียบร้อยแล้ว บรรดาคณะกรรมการต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยกันมา กระผม/อาตมภาพจึงต้องไปรออยู่ที่อุโบสถ จนกระทั่ง "หลวงพ่อโพไซดอน" - พระเทพสมุทรวัชราจารย์ (จรัล สิริธมฺโม) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มาถึง นำพวกเราในการสวดมนต์ไหว้พระและถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน

    ออกมาข้างนอกก็ได้เจอ "นายพิริยะ ฉันทดิลก" หลานของกระผม/อาตมภาพเอง ที่ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ซึ่งท่านเองตอนแรกก็ทักทาย "หลวงพ่อโพไซดอน" อยู่ พอหันมาเห็น "หลวงน้า" เข้าก็ตกใจ..!

    กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ผู้ว่ายังไม่รู้หรือว่าหลวงน้าเป็นกรรมการหลักของงานนี้ ? ตอนอยู่จังหวัดอ่างทองได้เจอกัน อยู่จังหวัดสุพรรณบุรีได้เจอกัน ไม่คิดว่ามาถึงที่นี่ก็ยังจะได้เจอกันอีก" ท่านบอกว่า "ผมกำลังจะย้ายกลับสุพรรณบุรีสิ้นเดือนนี้ เพื่อไปทำโครงการต่าง ๆ ต่อ และจะได้เกษียณอายุที่นั่นเลยครับ"

    พวกเราเดินดูนิทรรศการ กระผม/อาตมภาพก็ควักกระเป๋าช่วยซื้อสินค้าต่าง ๆ และแจกรางวัลให้เด็กนักเรียน ซึ่งมาประจำซุ้มช่วยบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ให้คณะกรรมการได้ทราบ โดยเฉพาะคณะดนตรีของโรงเรียนบ้านคลองพร้าว ที่มาเล่นดนตรีต้อนรับอยู่ ยังดีที่มากันแค่ ๑๐ คน วันนี้จึงจ่ายให้คณะดนตรีไปแค่ ๒,๐๐๐ บาท

    ส่วนคุณครูซึ่งนั่งรอรับการลงทะเบียนอยู่เป็นอิสลาม..! บอกว่า "จบสังคมศาสตร์มา ตอนนี้สอนวิชาพระพุทธศาสนาอยู่ที่โรงเรียนบ้านคลองพร้าว และกำลังเรียนธรรมศึกษาอยู่ ปีนี้จะสอบธรรมศึกษาชั้นเอก" ทำเอาบรรดาคณะกรรมการรุมเข้ามาช่วยกันสัมภาษณ์ ท่านบอกว่า "ไม่มีปัญหาขัดกับทางศาสนา เพราะว่าถือว่าเป็นการกระทำในลักษณะพหุวัฒนธรรม ทางศาสนาอิสลามยอมรับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ได้"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,033
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,235
    ค่าพลัง:
    +27,004
    เมื่อขึ้นสู่ศาลาทำการประเมิน มีพิธีการตามขั้นตอน จนถึงคิวที่กระผม/อาตมภาพกล่าว จึงได้บอกว่า "โครงการยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบบ้านคลองพร้าวนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่รัฐบาลสมัยนั้นต้องการ คือสร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นในประเทศของเรา โดยเฉพาะที่นี่ ในเมื่อศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและปรองดอง ก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี จึงขอแสดงความชื่นชมที่ทางจังหวัดตราด ไม่ว่าจะทางคณะสงฆ์ หรือว่าทางบ้านเมือง ได้ร่วมกันจัดหาสถานที่ดี ๆ แบบนี้มาให้ได้ชื่นชมกัน"

    "โดยเฉพาะหมู่บ้านคลองพร้าวแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่โตมาก เนื่องเพราะว่ามีประชากรนับพันคน แต่แทบจะไม่มีคดีความอะไรเลย เป็นอะไรที่อัศจรรย์มาก คนทั้งหลายเหล่านี้ มีศีลมีธรรมอยู่เป็นปกติแล้ว เพียงแต่ว่าเราเอาโครงการรักษาศีล ๕ เข้ามาจับ กลายเป็นว่าได้ผลงานไปแบบง่าย ๆ ขอชื่นชมและขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกัน ทำให้เราได้เห็นหมู่บ้านตัวอย่างที่ควรจะลอกเลียนแบบ แล้วก็นำเอาความดีงามแบบนี้ไปใช้ในบ้านของตน"

    เมื่อทำการปิดประเมินแล้ว กระผม/อาตมภาพฉันเพลแบบลวก ๆ เนื่องเพราะเป็นห่วงเรื่องของเรือเฟอร์รี่ แล้วขณะเดียวกัน บรรยากาศที่กดต่ำขนาดนี้ แปลว่าพายุกำลังจะเข้า จึงได้รีบขอตัวจากคณะกรรมการทั้งหมด วิ่งมาลงเรือเฟอร์รี่ทันเที่ยว ๑๑.๔๕ น. พอดี ฝ่าคลื่นฝืนลมไปจนกระทั่งข้ามฝั่งไปได้ใน ๕๐ นาที แล้วก็วิ่งกลับยังสถานที่พัก ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าคืนนี้ขอถึงแค่วัดอุทยานก่อน พรุ่งนี้ค่อยต่อไปยังวัดท่าขนุน

    ตอนนี้ก็กำลังเข้าสู่เขตของจังหวัดชลบุรี ถ้าหากว่าขึ้นถนนด่วนพิเศษมอเตอร์เวย์สาย ๗ ได้ ก็เป็นอันว่ารอดตายไปชั่วคราว จนกว่าจะไปผจญรถติดในกรุงเทพฯ ต่อ หลังจากออกจากมอเตอร์เวย์สาย ๗ แล้ว จึงได้รีบบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...